7 เทรนด์ธุรกิจความงาม 2019

ทุกวันนี้เราอยู่ในยุคที่ทุกคนให้ค่านิยมความสวยความงามกันเป็นอย่างมาก ทำให้ธุรกิจด้านความงามในประเทศไทยมีอัตราการเจริญเติบโตและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ไล่มาตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมไปจนกระทั่งผลิตภัณฑ์ดูแลเล็บเท้า รวมทั้งการเกิดขึ้นของสถาบันความงามต่างๆ ที่พร้อมรองรับทุกความต้องการของทุกเพศทุกวัย

ส่งผลให้ปัจจุบัน การแข่งขันในวงการธุรกิจความงามนั้นเข้มข้นเป็นอย่างมาก จากผู้ประกอบการเครื่องสำอางรายย่อย หรือ SMEs ก้าวสู่ระดับนานาชาติได้ภายในระยะเวลาไม่กี่ปี ถือเป็นการเติบโตที่ค่อนข้างเร็ว อย่างไรก็ตามการตอบสนองเพื่อให้ทันกับกระแสปัจจุบันอาจไม่เพียงพอ “สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือ NEA” จึงได้เผยถึงเทรนด์ตลาดความงามในปี 2019 เพื่อให้รู้ทันเทรนด์แห่งอนาคต ซึ่งพบว่า 7 เทรนด์ความงามในปี 2019 ที่มาแรงและจำเป็นต้องรู้เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินธุรกิจมีดังนี้ครับ

1. เครื่องสำอางออแกนิก 
จากกระแสนิยมรักสุขภาพและการใฝ่หาความเป็นธรรมชาติ 100% ส่งผลให้ผู้บริโภคในปัจจุบันหันมาเน้นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมากขึ้น จึงเป็นเทรนด์ที่ยังร้อนแรงและเด่นชัดมากที่สุด ซึ่งไม่เพียงแค่ใช้พืชพรรณสมุนไพร แต่ยังรวมไปถึงบรรจุภัณฑ์ที่ต้องใส่ใจในการนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น ขวดแก้วที่ใส่บรรจุภัณฑ์แทนขวดพลาสติก กล่องสินค้าที่ย่อยสลายและมีกลิ่นอ่อนๆของธรรมชาติ ซึ่งนอกจากจะส่งผลดีต่อผู้ใช้แล้ว ยังเป็นการช่วยดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่ง เพราะการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติเท่ากับลดการใช้สารเคมี และยังเป็นการสร้างความน่าสนใจที่แตกต่างกับสินค้าทั่วไปในท้องตลาดได้อีกด้วย

2. นวัตกรรมเทคโนโลยีความงาม
นวัตกรรมและเทคโนโลยี ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ซึ่งผู้ดำเนินธุรกิจควรเริ่มตั้งแต่การคิดค้นสูตร การวิจัย ต่อเนื่องถึงกระบวนการผลิต เช่น เครื่องจักรที่ทันสมัย การใช้วัตถุดิบที่แตกต่าง ระบบควบคุมคุณภาพที่ใช้ในระหว่างการผลิต การจัดเก็บ ตลอดจนถึงขั้นตอนการขนส่งถึงลูกค้า และการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เช่น การใช้นวัตกรรมลดริ้วรอย ส่วนผสมเพื่อการบำรุงผิวพรรณ นวัตกรรมยกกระชับต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จำเป็นต้องพัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อวิถีผู้บริโภคสมัยใหม่ และยังเป็นการสร้างแบรนด์ให้ก้าวขึ้นสู่การเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

3. สมุนไพรไทย Only in Thailand
ประเทศไทยขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งสมุนไพรที่ได้การยอมรับจากทั่วโลก วิธีหนึ่งที่จะช่วยสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าไทยกับแบรนด์ต่างประเทศคือ การใช้ส่วนผสมที่มาจากเมืองไทยที่หาได้เพียงที่นี่ที่เดียว แต่อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องใช้องค์ความรู้ด้วยการเสริมงานวิจัยและวิทยาศาสตร์มาเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ ซึ่งกลยุทธ์ข้อนี้ถือเป็นแนวทางส่งเสริมให้กับกระแสออแกนิกที่กำลังทวีกระแสให้เติบโตควบคู่กันได้ดียิ่งขึ้น

4. ไอโอที สมาร์ท บิวตี้
Internet of Things หรือ IoT เป็นเทรนด์ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ และคงจะดีไม่น้อยหากมีเครื่องสำอางที่ชาญฉลาด อำนวยความสะดวกด้านผลลัพธ์ที่ได้มากกว่า “ความสวย” และเชื่อมโยงกับโลกอินเทอร์เน็ตไร้สายได้ตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น การใช้เซนเซอร์ผนึกกับผิวหนังเผื่อตรวจวัดค่าแสง UV พร้อมรายงานให้ผู้ใช้ทราบผ่านมือถือแบบเรียลไทม์ การสร้างแอปพลิเคชั่นเสริมเพื่อให้ผู้ใช้ได้รับรู้ถึงผลกระทบจากสภาวะแวดล้อมที่มีผลต่อร่างกาย การสแกนใบหน้าเพื่อวัดค่าอันตรายจากการใช้เครื่องสำอาง ฯลฯ ทั้งนี้ กลยุทธ์การใช้ IoT เป็นโอกาสที่จะได้ทั้งการจดจำแบรนด์ ช่วยดึงดูดความสนใจ รวมถึงเป็นการสร้างความต้องการให้เกิดขึ้นใหม่ให้กับผู้บริโภค ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ก็เริ่มมีแบรนด์เครื่องสำอางชื่อดังได้พัฒนาแคมเปญการตลาดดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

5. ตอบโจทย์ทุกเฉดสีผิว 
ทุกวันนี้ เครื่องสำอางหลายแบรนด์ระดับโลกได้หันมาให้ความสำคัญในเรื่องความหลากหลายของผู้บริโภคมากขึ้น ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องใส่ใจในทุกรายละเอียดและทุกขั้นตอน โดยคำนึงถึงผู้ใช้เป็นหลัก และต้องเข้าใจทุกปัญหาของผู้บริโภคที่มีอยู่อย่างไม่จำกัดเพื่อตอบทุกโจทย์และเข้าถึงการตลาดได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ เทรนด์ดังกล่าวยังช่วยให้ผู้ใช้ได้ความรู้สึกแห่งความเท่าเทียมรวมทั้งช่วยให้เกิดความภักดีต่อแบรนด์ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

6. Anti–Pollution ดูดีได้ในทุกสภาวะ 
จากปัญหามลภาวะในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะกับคนเมือง ถือเป็นปัญหาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เช่น ไอเสียจากการจราจร ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า โดยสิ่งเหล่านี้ถือเป็นภัยที่ทำร้ายสุขภาพและความสวยงามได้เป็นอย่างดี ดังนั้น การผลิตเครื่องสำอางเพื่อปกป้องผิวจึงเป็นอีกกลยุทธ์ที่น่าสนใจและเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ผู้บริโภคจะมีความต้องการผลิตภัณฑ์ประเภทนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแน่นอน

7. หอมแบบไม่ต้องใส่น้ำหอม
การใช้กลิ่นเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง โดยจะเห็นได้ว่าหลากหลายแบรนด์ได้นำแรงบันดาลใจนำกลิ่นต่างๆ มาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในเรือนร่างตั้งแต่หัวจรดเท้าเช่น กลิ่นผลไม้ กลิ่นขนมหวาน กลิ่นเครื่องดื่ม กลิ่นดอกไม้ อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์ในข้อนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เทรนด์ที่ต้องทำ เพราะแบรนด์ทั่วไปทำเท่านั้น แต่เป็นการเข้าถึงความรู้สึกและให้ประโยชน์เพิ่มเติมเช่น ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย แก้อาการวิตกกังวล ให้ความรู้สึกสดชื่น เป็นต้น

และทั้งหมดนี้ถือเป็นแนวทางที่ผู้ประกอบการ หรือผู้ที่ทำธุรกิจด้านความงามจำเป็นต้องรู้ เพื่อก้าวทันเทรนด์ความต้องการของผู้บริโภคและนำมาปรับใช้ในผลิตภัณฑ์ของตัวเอง เพื่อเจาะตลาดให้ตรงกลุ่มเป้าหมายและขยายช่องทางการค้าให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น

ขอบคุณที่มา : สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ DITP

3 สูตรดูแลผิวหน้ามัน ด้วยวิธีปลดล็อคปัญหาผิวแบบง่ายๆ

ปัญหาผิวมันที่เกิดขึ้นกับสาวๆ ต่างก็เป็นตัวก่อกวนทั้งความมั่นใจและผิวที่สวยใสของใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นการแต่งหน้าที่จะทำให้เครื่องสำอางเยิ้มระหว่างวัน จนต้องคอยโบ๊ะหน้าอยู่ตลอดเวลา ไปจนถึงปัญหาสิวที่สูตรหน้าใสไหนๆ ก็เอาไม่อยู่ เพราะต้นตอที่ต้องแก้ไขต้องเริ่มต้นจากตัวการที่ทำให้ผิวหน้ามันถูกกำจัดออกไปซะก่อน ดังนั้นใครที่กำลังเผชิญความมันบนผิวหน้าอยู่ล่ะก็ เรามีสูตรเด็ดที่จะเอาชนะความมันไม่ให้เข้ามาก่อกวนได้อีก ตามมาดูวิธีง่ายๆ ที่หลายคนมองข้ามกันดีกว่าค่ะ

1.อย่าล้างหน้าบ่อย
การล้างหน้าบ่อยจนเกินไปสำหรับสาวผิวมันไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก ถึงแม้ว่าจะช่วยให้ใบหน้าสะอาดปราศจากสิ่งสกปรก หรือเป็นหนึ่งในสูตรหน้าใสที่สาวๆ เชื่อมั่นก็ตามที แต่มีข้อเสียเช่นกันคือ จะทำให้ผิวหนังกำพร้านั้นมีอาการบวมน้ำ เกิดการระคายเคืองและยังทำให้เกิดอาการแพ้ได้ด้วย ซึ่งอาการเหล่านี้อาจทำให้ผิวหน้าดูไม่ขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติได้ ดังนั้นสาวที่มีผิวมันควรล้างหน้าอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งก็เพียงพอแล้ว ใครมีพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ให้รีบเช็คตัวเองกันได้เลย

2.ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่เหมาะสมกับสาวผิวมัน
สำหรับสาวผิวมันที่ต้องการดูแลผิวหน้าให้ดูกระจ่างใสและเป็นธรรมชาติ ตัวครีมบำรุงผิวที่เลือกใช้นั้นจะต้องมีเนื้อที่มีลักษณะบางเบาและสามารถซึมเข้าผิวได้อย่างรวดเร็ว ที่สำคัญเนื้อครีมจะต้องไม่มีส่วนผสมของน้ำมันโดยเด็ดขาด เนื่องจากน้ำมันที่ผสมอยู่ในตัวครีมจะยิ่งส่งผลทำให้ใบหน้ามีความมันมากไปกว่าเดิม ซึ่งก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการอุดตันบนใบหน้าและทำให้เป็นสิวได้ ดังนั้นควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าและเน้นการเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวจึงจะดีกว่า

3.อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
สำหรับคนที่มีผิวมันแล้ว อาหารบางชนิดก็ควรที่จะหลีกเลี่ยง เพื่อช่วยลดความมันบนใบหน้าให้น้อยลง เช่น ของทอดของมัน นม น้ำตาลและของหวาน เป็นต้น เนื่องจากอาหารเหล่านี้อาจส่งผลต่อต่อมไขมันภายใต้ผิวหน้าให้ทำงานหนักมากขึ้น จึงทำให้มีการผลิตน้ำมันออกมาเป็นจำนวนมาก จึงเป็นสาเหจุที่ทำให้ใบหน้ามีความมันมากขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งยังก่อให้เกิดรูขุมขนเกิดการอุดตัน จนกลายเป็นปัญหาสิวตามมาได้ในภายหลัง ดังนั้นทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้ให้ได้มากที่สุด เพื่อป้องกันปัญหาหน้ามันที่เป็นสาเหตุหลักของผิวหน้าไม่กระจ่างใสนั่นเอง

ลองหยิบเอาเคล็ดลับเหล่านี้ไปปรับใช้กับสภาพผิวหน้าของสาวๆ ที่มีความมันเป็นตัวการทำให้ความมั่นใจถดถอย รับรองว่าเพียงไม่กี่สัปดาห์จะช่วยให้ผิวหน้ากลับมาขาวใสได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียวค่ะ

35 ไอเดีย เลือกทรงผมให้เข้ากับหน้า

วันนี้ว่าด้วยเรื่องทรงผม ไม่ใช่แค่คิ้วที่เป็นมงกุฏของหน้านะคะ ทรงผมเป็นองค์ประกอบสำคัญมากๆ เช่นกัน คงไม่มีใครอยากทำทรงผมที่ไม่เข้ากับหน้า แล้วก็ต้องนั่งเฟล เพราะโดนเพื่อนแซว เห้ย!!! ทำผมอะไรมาเนี่ย อะไรดลใจให้ตัดทรงนี้ บางทีเราดูทรงจากโมเดลอื่นๆ มา แต่ลืมที่จะดูใบหน้า รูปหน้าของตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจเปลี่ยนทรงผม มาเช็คกันสักนิดว่า รูปหน้าเราเนี่ยมันเหมาะ มันเข้ากับทรงนั้นใช่ไหม มาดูนี้เลยนะ เดี๋ยวจะบอกให้ว่ารูปหน้าไหนต้องทรงไหน


Diamond Face หรือก็คือ ทรงหน้าเป็นรูปเพชร หน้ารูปเพชรเป็นยังไง??  สำหรับลักษณะของหน้าทรงนี้จะเป็น คางเรียวแหลม หน้าผากแคบ และมีโหนกแก้มที่เด่นชัดมากกว่าส่ววนอื่นๆ ดังนั้นสาวๆ ที่มีใบหน้าลักษณะนี้ ควรเลือกทรงผมที่มีส่วนช่วยอำพรางโหนกแก้มของคุณ เช่น ซอยผม สไลด์ผม ตัดผมสั้น ผมปัดข้าง หรือดัดผมตั้งแต่ช่วงโหนกแก้มลงมา เพื่อให้รับกับ ใบหน้าของสาวๆ มากยิ่งขึ้น

หรือรวบตึงเปิดหน้าผาก เพื่อทำให้หน้าผากดูเด่นชัดหน้าสนใจกว่าโหนกแก้ม เป็นการเบี่ยงเบนความสนใจไปที่หน้าผากอันสวยสดแทน คริๆ ข้อควรระวังของสาวหน้ารูปเพชรมีอยู่นิดเดียวก็คือ การไว้ผมยาวตรง ไว้ยาวแสกกลาง เพราะจะยิ่งทำให้หน้าดูตอบมากกว่าเดิม เลี่ยงได้ก็เลี่ยงนะจ๊ะ

#35. ดัดลอนตั้งแต่โหนกแก้มไล่ลงมา

#34. บ๊อบเทแสกข้าง อำพรางโหนกแก้ม

#33. ควรแสกข้างใดข้างหนึ่ง แทนการแสกกลาง

#32. รวบผมตึง อวดหน้าผากสวย ก็ช่วยได้

#31. หลีกเลี่ยงการไว้ผมยาวและแสกกลาง เพราะจะทำให้หน้าดูตอบนะจ๊ะ
ทรงผมสำหรับสาวใบหน้ากลม ( Round Face ) จริงๆ แล้ว เราว่าสาวใบหน้ากลมนี้น่ารักออก หน้ากลมๆ แก้มป่องๆ แบ้วๆดีออก ดูน่ารักเหมือนเด็กๆ แต่บางคนอาจจะรู้สึกไม่ชอบเพราะหน้าฉันจะดูกลมเหมือนซาลาเปานี่หน่า…งั้นก็ต้องหาทรงผมที่ช่วยให้หน้าดูเรียวขึ้นมานิดหนึ่ง

ทรงที่สาวๆ หน้ากลมควรทำหากอยากให้ใบหน้าดูเรียวยาวนั้นง่ายมาก เพียงแค่ไว้ผมยาว ให้ยาวเลยคางลงไปเลย หรือ การสไลด์ผมเป็นเลเยอร์จากด้านบนศีรษะลงมาด้านล่าง หรือจะเป็น การไว้ผมบ๊อบก็ได้ ผมประบ่าก็ได้ ผมยาวตรงก็ได้ ข้อควรระวังของสาวหน้ากลมคือ เรื่องการดัดลอนนั่นเอง แต่ถ้าจะดัดผม ควรดัดผมเป็นลอนอ่อนๆ หรือลอนใหญ่ๆ ตั้งแต่ระดับคางลงไป ห้ามดัดผมลอนเล็กหรือดัดลอนแบบฟูทั้งหัวเด็กขาด รวบไปถึงการรวบผมตึงด้วย เพราะจะทำให้หน้าดูกลมดิ๊กราวกับดวงจันทร์ ในวันพระจันทร์เต็มดวงเลยละ และอีกอย่างหนึ่งคืออย่าแสกกลางพร้อมทัดหูชว์รูปหน้าเชียวนะ

 

30. ถ้าอยากดัดลอน ควรดัดลอนปลายๆผม หรือเลยคางลงไป

#29. ลอนแบบนี้ก็ผ่านจร้าา

#28. ผมยาวตรง แต่ไม่แสกกลาง ไม่ทัดหูนะจ๊ะ

#27. ไว้ยาวๆตรงๆแบบนี้ก็ได้ คลาสสิกและสวยมาก

#26. ผมบ๊อบก็สามารถทำได้นะคะ
Square Face หน้าทรงเหลี่ยม จริงๆแล้วหน้าเหลี่ยมก็ไม่ได้แย่ หรือจะไม่สวยเท่าหน้าทรงอื่นๆนะค่ะ ที่จริงคนทรงหน้านี้มีความเก๋ในรูปหน้า มีเอกลักษณ์ มีความเป็นสาวมี Structure ชัดเจน ดูดีจะตายคุ๊ณณณณ แต่ก็เข้าใจในความมั่นใจของสาวๆ บางคน ที่ไม่ค่อยจะมั่นใจหรือชอบใจกับเหลี่ยมบนใบหน้าของตัวเองเท่าไรหนัก งั้นก็ต้องพึ่งทรงผมอีก

คุณควรเลือกทำผมให้หน้าดูเรียวขึ้นด้วยการซอยผมม้าปัดข้าง หรือสไลด์ผมด้านข้างให้เป็นเลเยอร์ๆไป การดัดลอน ลอนใหญ่ ลอนคลายให้เป็นคลื่นอ่อนๆก็ช่วยได้ค่ะ ทรงผมที่ควรเลี่ยงสำหรับสาวใบหน้าเหลี่ยมคือ การตัดหน้าม้าตรง หรือการไว้ผมยาวตรงดิ่ง ตรงทื่อๆเลยผมบ๊อบตัดตรงก็ไม่ควร เพราะทรงผมพวกนั้นจะยิ่งเน้นช่วงกรามของคุณดูมีเหลี่ยม มีมุมมากขึ้นไปอีกจ้า

#25. ดัดลอนคลายซิ สวย และอำพรางความเหลี่ยมให้ดูซอร์ฟลงด้วย


#24. ทำลอนใหญ่ๆ แบบนี้ก็ช่วยได้ค่ะ

#23. ผมหน้าม้า ปัดข้าง

#22. ไม่ควรตัดหน้าม้าตรง หรือไว้ผมตรงทื่อๆนะคะ


ทรงผมสำหรับสาวใบหน้ารูปหัวใจ ลักษณะเด่นของสาวที่มีใบหน้ารูปหัวใจนั้น หลักๆ เลยก็คือมี หน้าผากกว้างส่วนคางจะค่อนข้างแหลม ถ้าจะไว้ผมความยาวปะบ่า ก็ควรทำผมช่วงคางให้ดูมีวอลลุ่ม แต่ถ้าจะให้ดีควรไว้ผมยาว และสไลด์บาง หรือดัดลอนคลายๆ รวมไปถึงการไว้หน้าม้าปัดข้าง ทรงผมที่ไมควรไม่ควรทำเลยก็คือ การตัดผมสั้นเลยคางขึ้นไป หรือแม้แต่การตัดหน้าม้าตรง เพราะทรงผมเช่นนั้นจะเน้นโครงหน้า รูปหน้าของสาวๆให้เด่นชัดมากขึ้นไงคะ

#21. หากไว้ผมสั้น ให้ดัดลอนคลายๆ ค่ะ

#20. อยากไว้ผมสั้น ก็อย่าลืมทำวอลุ่ม เพื่อให้ใบหน้าดูซอร์ฟด้วยนะจ๊ะ

#19. ไว้ผมยาว ดัดลอน ปัดผมไปข้างใดข้างหนึ่ง
ทรงผมสำหรับสาวรูปหน้าสามเหลี่ยม สำหรับรูปหน้าทรงนี้ จะมีลักษณะคือ หน้าผากจะเล็กกว่ากราม ดังนั้นทรงผมที่เหมาะกับสามรูปหน้านี้คือ ทรงผมที่ช่วยให้ช่วงหน้าผากดูกว้างขึ้น เช่น ซอยผมด้านบนให้ดูบางกว่าส่วนอื่น หรือจะไว้ผมหน้าม้าปิดหน้าผากอันน้อยนิดไปเลยซะก็ได้ สิ้นเรื่องสิ้นราวไป

#18. บ๊อบสั้น เลย เหมาะกับสาวๆ ใบหน้าทรงสามเหลี่ยมมาก

#17. นี้ก็ได้นะ ไหนๆหน้าผากก็มีมาน้องแหระ ปิดมันซะเลย


#16. ผมบ๊อบนี้แหระเหมาะกับสาวรูปหน้าสามเหลี่ยม


#15. หรือจะทรงนี้ เปรี่ยวจี๊ดจ๊าดเหมาะกับสาวๆรูปหน้าสามเหลี่ยมมาก


ทรงผมคนหน้ารูปไข่ (Oval Face) สำหรับรูปหน้านี้ คงจะเป็นรูปหน้าที่สาวๆหลายคนอยากได้ เป็นความโชคดีของสาวๆที่เกิดมามีรูปหน้านี้ มันก็น่าอิจฉาจริงๆอะแหละ เพราะสาวๆที่มีรูปหน้านี้ ทำทรงไหนกูได้หมดแหละค่ะ ทรงไหนก็ผ่าน ทำได้ทุกทรงจ้าาา แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อควรระวังอยู่นะ ก็คือ ถึงแม้จะสามารถทำได้เกือบทุกทรง แต่สาวๆหน้ารูปไข่ควรหลีกเลี่ยงการตัดผมหน้าม้าหนาๆ เพราะมันจะทำให้หน้าของคุณเกิดความเหลี่ยมขึ้นมาได้เหมือนกัน และการตัดผมสั้นสไลด์ไล่ระดับนั้น ก็จะทำให้หน้าของคุณสาวๆดูยาวเกินไป

#14. สามารถทำได้ทุกทรงเลย
#13. หน้าม้าบางๆก็ได้ อย่าไว้หน้าม้าหนาไปนะจ๊ะ เดี๋ยวหน้าจะดูเหลี่ยมคะ


#12. ผมสั้นก็สามารถทำได้นะจ๊ะ หน้ารูปไข่รอดทุกทรงคะ


#11. ทรงผมเปิดหน้าผากยังได้เลย


#10. ผมตรง หน้ามาตรง แบบลิซ่า ก็ทำได้นะจ๊ะ
#9. ผมสั้น ดูเด็กไปอีก
#8. ลอนเล็ก ฮิปๆ สาวหน้ารูปไข่ทำได้สบายมากจ้า

#7. หน้าเรียวได้รูปซะยาง รวบผมได้สบายมาก
ทรงผมคนรูปหน้ายาว (Long Face) สำหรับสาวๆ ที่มีใบหน้ายาวนั้น ทรงผมที่คุณ “ต้องมี” เลยก็คือ “หน้าม้า” การตัดผมม้า โดยให้หน้าม้านั้นปรกลงมาตามแนวคิ้ว จะช่วยพรางให้รูปหน้าคุณดูสั้นลง ถ้าไว้ผมประบ่าควรทำผมให้เป็นลอน จะดัด หรือทำวอลลุ่มก็ได้ ทรงผมต้องห้ามสำหรับสาวหน้ายาวคือการตัดผมสั้น สั้นแบบติ่งหู หรือซอยสั้นไปเลย ห้ามนะจ๊ะห้าม หรือแม้แต่การไว้ผมยาวเกินไป รวบไปถึงการตีโป่ง เพราะจะยิ่งทำให้หน้าคุณดูยาวเกิน อาจถูกมองเป็นแม่มดได้นะคุ๊ณณณณณ

#6. หน้าม้า คือสิ่งที่สาวๆ หน้ายาวควรมี

#5. จะถูก จะแพง ขอหน้าม้าแรงๆไว้ก่อน
#4. การดัดลอนก็ช่วยให้หน้าดูสั้นลงได้เหมือนกัน


#3. ใส่หมวกก็มีส่วนช่วยให้หน้าดูสั้นนะคะ
#2. หน้าม้าและผมตรงๆก็ได้ แต่ไม่ควรยาวเกินไป
#1. ไม่ควรตัดผมสั้นไป หรือไม่ยาวไปนะคะ
คร้าาาา ก็เป็นทริคดีดีที่สาวๆ ควรรู้เน๊อะ ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อสาวๆหลายๆคน ไม่ว่าคุณจะรูปหน้าไหนคุณก็สวยได้ มั่นได้เพียงแค่คุณมีความมั่นใจในตัวเองเข้าไว้ วันนี้ก็ของจบไว้เท่านี้นะ

5 สิ่งที่ควรรู้เวลาจะไป ตัดผม ตัดมาไม่มีผิดหวังแน่นอน

สวัสดีค่ะสาวๆ ทรงผมเนี้ยเป็นสิ่งสำคัญมากๆสำหรับผู้หญิงแบบเราใช่ไหมล่ะ เพราะหน้าจะพังหรือปังก็อยู่ที่ทรงผมนี้แหละ ทรงผมดีมีชัยไปกว่าครึ่ง! วันนี้เราเลยมีทริคดีๆที่ต้องรู้ก่อนไปตัดผมมาฝากสาวๆทุกคนเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นหลังการตัดผม ใครที่ไม่อยากเสียน้ำตาให้กับร้านทำผมในการตัดผมครั้งต่อไป ต้องอ่านบทความนี้แล้วล่ะ


1 เลือกทรงผมให้เข้ากับรูปหน้า ก่อนที่สาวๆ จะตัดผมเพื่อเปลี่ยนลุคในแต่ละครั้ง ควรเลือกทรงผมที่เหมาะกับรูปหน้า เพราะการเลือกทรงผมที่เหมาะกับรูปหน้าจะช่วยเสริมจุดเด่นและกลบจุดด้อยของใบหน้า ทำให้ทรงผมที่ตัดออกมาไม่พัง แถมยังปังแน่นอน ซึ่งแต่ละรูปหน้าก็มีทรงผมที่เหมาะสมอยู่แล้ว ถ้าสาวๆคนไหนที่อยากรู้ว่าใบหน้าของเราเหมาะกับผมทรงไหน สามารถดูได้จากชาร์ตทรงผมข้างล่างเลยค่ะ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน อิอิ

2 เตรียมรูปทรงผมที่ต้องการไปด้วย ก่อนจะไปตัดผมสาวๆต้องทำการบ้านนิดหน่อยด้วยนะคะ ซึ่งการบ้านที่ว่านี้ก็คือการเตรียมรูปทรงผมที่เราต้องการตัดไปเยอะๆ ขอเป็นรูปที่เห็นชัดเจน ได้ทุกมุมยิ่งดี เพราะถ้าช่างตัดผมเห็นทรงผมที่เราต้องการชัดเจนมากเท่าไหร่ เราก็จะได้ทรงผมที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่เราต้องการมากเท่านั้น นอกจากนี้สาวๆควรเตรียมทรงผมสำรองไปด้วย เพื่อเป็นตัวเลือกให้ช่างทำผมพิจารณา ในกรณีที่ทรงผมที่เราต้องการนั้นช่างไม่สามารถตัดได้


3 ไปตัดผมต้องมีเวลา อย่างที่บอกไปว่าการตัดผมเป็นเรื่องใหญ่! ดังนั้นสาวๆ ต้องให้เวลากับกิจกรรมนี้นะคะ จะมาเร่งรีบใช้เวลาแค่ 5 นาที 10 นาทีไม่ได้ เพราะไหนจะรอคิว ไหนช่างจะเตรียมตัว ไหนสาวๆจะต้องคุยกับช่างตัดผม ไหนจะลงมือตัด ไหนจะเก็บรายละเอียดอีก การตัดผมก็เหมือนกับศิลปะต้องให้เวลากับมัน อยากสวยก็ต้องใจเย็น รีบตัดเมื่อไหร่มีแต่พังกับพัง!


4 เลือกร้านตัดผมที่ไว้ใจ เจ็บมานักต่อนักแล้วกับการไปตัดผมร้านที่ไม่เคยไป เพราะช่างตัดผมไม่เก็ท ไม่เข้าใจความต้องการของเรา ดังนั้นเพื่อป้องกันความเฟลภายหลังการตัดผม นั้นก็คือเลือกร้านตัดผมที่เราไปตัดประจำ ยิ่งใครมีช่างตัดผมประจำจะยิ่งดีมากๆ เพราะเขาจะรู้ความต้องการของเรา และสาวๆ ก็จะไม่รู้สึกเขินอายเวลาออกความคิดเห็น ผมที่ตัดออกมาก็จะสวยถูกใจแน่นอน


5 เตรียมอุปกรณ์ในการจัดแต่งทรงผมให้ดี สาวๆ มือใหม่ที่ไม่ค่อยได้เปลี่ยนทรงผมหรือตัดผมบ่อยๆ อาจจะงงว่าทำไมทรงผมหลังจากที่ออกจากร้านทำผมแล้วมันไม่สวยเหมือนตอนทำเสร็จใหม่ๆ หรือไม่เหมือนกับรูปที่เราเอาให้ช่างทำผมดู ทั้งๆที่ตัดทรงเดียวกัน สาเหตุหลักๆของปัญหานี้มาจากการจัดแต่งทรงผม เพราะทรงผมบางทรงต้องอาศัยเทคนิคและอุปกรณ์ต่างๆในการจัดแต่ง ได้แก่ ไดร์เป่าผม ที่หนีบผม และเครื่องทำลอนผม สาวๆ อาจถามเทคนิคในการจัดแต่งทรงผมจากช่างทำผมและหาวีดีโอประกอบจากอินเตอร์เน็ต แรกๆการจัดแต่งทรงผมให้สวยงามนั้นอาจจะยากนิดหน่อยสำหรับมือใหม่ แต่ถ้าฝึกฝนไปเรื่อยๆ เราเชื่อว่าสาวๆจะได้ทรงผมที่สวยถูกใจแน่นอน


เป็นยังไงบ้างคะกับ 5 ทริคที่สาวๆต้องรู้ก่อนตัดผม เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดจากการตัดผม เพราะทรงผมสำคัญไม่แพ้ใบหน้าเลยก็ว่าได้ จะนกหรือไม่นกก็อยู่ที่ทรงผมเนี้ยแหละ ใครที่ไม่อยากเฟล ไม่อยากพังอย่าลืมนำ 5 ทริคนี้ไปใช้นะคะ เตรียมตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ไม่มีพังแน่นอน ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการตัดผมนะคะ

Sisley Paris เจิดจรัสงานผิวราวกำกับแสง มาเจอกับเรียวปากสีแน่นเนียนนุ่ม

ผู้หญิงเราอาจจะชอบช้อปของสวยได้เรื่อยๆ แต่ว่าถ้าเป็นแบรนด์ที่ใช่และใช้อยู่ตลอดอยู่แล้วเนี่ย ขอให้บอกเถอะมีของใหม่มาเมื่อไหร่เราก็พร้อมจัดหาซื้อมาใช้ให้สวยมั่นในแบบทันทีเหมือนกันค่ะคุณ

Sisley Stylo Lumiere 2

Sisley Stylo Lumiere 5

แบรนด์ความงาม Sisley Paris พาของใหม่มาให้อัพเดทกันแบบเอาใจคนรักชอบงานเมคอัพดูดีและสวยแพง มาเริ่มที่ Stylo Lumière (ราคา 1,900 บาท) ปากกาคุชชั่นนวัตกรรมใหม่ ทำหน้าที่ดุจคฑาวิเศษ ช่วยให้คุณกำกับแสงและเงาบนใบหน้า สร้างมิติใสกระจ่าง ออกแบบรูปหน้าให้คมชัดโดดเด่น ลบเลือนเงาผิวที่ทำให้ดูอิดโรย ริ้วรอยร่องแก้ม รอยคล้ำใต้ตา และไฮไลท์ผิวให้เจิดจรัสในทุกบริเวณ

Sisley Stylo Lumiere 1

Sisley Stylo Lumiere 3

กระจายมิติแสงด้วยเทคโนโลยี Spectacular Light Pigments ที่เคลือบด้วยเลซิติน ช่วยพรางผิวแนบเนียน เรืองรอง สวยทนยาวนาน ด้วยเทคโนโลยียึดเหนี่ยวสีสัน Two-Forming Polymers บำรุงผิวในทุกครั้งที่แตะเติม ด้วยคุณค่าสกัดของอาซาอิ, โกลเด้น แอปเปิ้ล ทรี, โอ๊ต ซี๊ด และไวท์ ลิลลี่

Sisley Phyto Rouge 1

Sisley Phyto Rouge 2

Le Phyto Rouge (1,750 บาท) นี่เป็นครั้งแรกของ แอนตี้-เอจจิ้ง ลอสลาสติ้ง ลิปสติก ว่าด้วยคุณสมบัติดีเด่นที่มาแบบครบถ้วน ประมวลผลลัพธ์มาให้ เช่น สีเนียน แน่นชัด ปกปิด, ติดทนยาวนาน, ชุ่มชื่นถนอมเรียวปาก, เบาสบายในแบบลิปแคร์

Sisley Phyto Rouge 8

Sisley Phyto Rouge 4
-พิกเมนท์สีแน่นชัด ปกปิดยอดเยี่ยม สวยเนียนสม่ำเสมอยาวนาน อำพรางร่องปากให้ดูไร้ริ้วรอย
-นุ่มนวลและเอิบอิ่มยาวนาน ด้วยเทคโนโลยีบำรุงล้ำหน้าล่าสุด ไฮโดรบูสเตอร์ คอมเพล็กซ์ อนุภาคไมโครสเฟียร์ของไฮยารูลอนิคแอซิด และคอนจัคกลูโคแมนแนน
-ดูอ่อนเยาว์ยิ่งๆ ขึ้น ในทุกวันที่ใช้ ด้วยสูตรผสมบำรุงแอนตี้-เอจจิ้ง ดุจเดียวกับสกินแคร์เพื่อผิวหน้า พาดินา พาโวนิกา, คาเมลเลีย และโจโจบาออยล์
-20 โทนสี ครอบคลุม 4 เฉด ลงตัวกับทุกสไตล์เมคอัพและโทนผิวของคุณ เบจ ชมพู ส้ม แดง

Sisley Phyto Rouge 6

Sisley Phyto Rouge 5

 

10 ครีมบำรุงผิวหน้าราคาเบา ๆ สำหรับสาว ๆ

ครีมบำรุงผิวหน้าถูกและดี ที่คุณสาว ๆ กำลังตามหา มาดูกันซิว่าจะมีครีมตัวไหนที่ไม่ควรพลาดกันบ้าง

  ครีมบำรุงผิวหน้า ถือได้ว่าเป็นเครื่องสำอางประจำตัวที่สาว ๆ จะขาดไม่ได้กันเลยทีเดียว เพราะครีมพวกนี้แหละที่จะทำให้คุณผู้หญิงมีใบหน้าที่สวยงามและดูดีขึ้นได้ ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ครีมบำรุงผิวหน้าพวกนี้จะกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่สาว ๆ นิยมซื้อหามาไว้ใช้ติดตัวกันอยู่ตลอด แต่ทั้งนี้คุณสาว ๆ ส่วนใหญ่ก็มักจะเจอกับปัญหาประมาณว่าเลือกซื้อไม่ถูกบ้าง หรือไม่ก็ราคาแพงเกินไปบ้าง นั่นอาจจะเป็นเพราะหลาย ๆ คนยังไม่รู้ว่าครีมบำรุงผิวหน้าที่ถูกและดีนั้นยังมีอยู่ในโลก ซึ่งวันนี้กระปุกดอทคอมก็ได้รวบรวมมาไว้ให้คุณสาว ๆ ดูกันแล้วค่ะ จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

1. Olay Total Effects Day Cream Normal

ครีมบำรุงผิวหน้าตัวนี้เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนคงจะคุ้นเคยและรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นตัวที่สามารถบำรุงผิวพร้อม ๆ กับลดเลือนริ้วรอยได้ภายในตัวเดียวกัน และถึงแม้จะมีเนื้อครีมข้น ๆ แต่พูดเลยว่าไม่หนักหน้า แถมยังซึมเข้าสู่ผิวได้ดีเลยทีเดียวค่ะ

ครีมบำรุงผิวหน้าถูกและดี

2. Smooth-E White Baby Face Serum

สำหรับสาว ๆ ที่กำลังมองหาครีมสำหรับบำรุงผิวพร้อม ๆ กับดูแลเรื่องรอยกระ ฝ้า ต้องห้ามพลาดตัวนี้เลยค่ะ เพราะครีมตัวนี้จะมีส่วนผสมของยารักษาฝ้าด้วย เรียกได้ว่าใครที่มีปัญหาฝ้าขึ้นบนใบหน้า ใช้ครีมตัวนี้เพียงไม่นานก็จะเห็นผลเลยว่ารอยฝ้าจะจางลงอย่างชัดเจน

ครีมบำรุงผิวหน้าถูกและดี

3. Smooth-E Gold Cream

หนึ่งในตัวเทพของครีมลดเลือนริ้วรอยและยกกระชับใบหน้า เรียกได้ว่าเป็นครีมอีกตัวหนึ่งที่สามารถช่วยลดเลือนจุดหมองคล้ำและริ้วรอยก่อนวัยต่าง ๆ ได้ดี พูดเลยว่าใช้แค่ไม่กี่สัปดาห์หน้านี่เด้งเชียวค่ะ

ครีมบำรุงผิวหน้าถูกและดี

4. Garnier Sakura White

ครีมบำรุงผิวผสมสารป้องกันแสงแดด เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่มีผิวคล้ำเสียเพราะโดนแดดบ่อย ใช้แล้วหน้าจะดูขาวและกระจ่างใสขึ้นมาก ที่สำคัญใช้ได้กับทุกสภาพผิว ถึงแม้จะแพ้ง่ายก็สามารถใช้ครีมตัวนี้ได้ค่ะ

ครีมบำรุงผิวหน้าถูกและดี

5. Physiogel AI Cream

สำหรับครีมตัวนี้พูดเลยว่าเทพมาก เพราะสามารถฟื้นฟูได้ทุกปัญหาผิวเลยทีเดียว แต่ใช้แล้วอาจจะหน้ามันนิดหน่อย สำหรับสาว ๆ ที่มีผิวมันอยู่แล้วอาจจะทำให้หน้ามันเยอะกว่าเดิม แต่สำหรับสาวผิวแห้งนี่ใช้ได้สบาย ๆ เลยค่ะ

ครีมบำรุงผิวหน้าถูกและดี

6. Medmaker Vitamin E Cream

สาว ๆ หน้าโทรมทั้งหลาย พูดเลยว่าต้องลองค่ะ เพราะครีมตัวนี้จะช่วยฟื้นฟูสภาพของเซลล์ผิวหนังที่เสื่อมโทรมให้ดีขึ้นได้ เรียกได้ว่าเป็นครีมที่มีสารพัดประโยชน์มาก ๆ ได้ทั้งบำรุงผิว ลดรอยสิว และลดรอยแผลเป็น หลอดเดียวเอาอยู่จริง ๆ จ้า

ครีมบำรุงผิวหน้าถูกและดี

7. Neutrogena Fine Fairness Cream

ไวท์เทนนิ่งครีมบำรุงผิวหน้าตัวนี้เป็นเนื้อเจลค่ะ ใช้แล้วหน้าไม่มัน ไม่หนักหน้า แถมยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ อีกด้วย เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่อยากจะฟื้นฟูผิวจากความหมองคล้ำและป้องกันผิวจากแสงแดดค่ะ

ครีมบำรุงผิวหน้าถูกและดี

8. Hada labo super hyaluronic acid moisturizing cream

แบรนด์เครื่องสำอางจากประเทศญี่ปุ่นที่สาวไทยหลายคนชื่นชอบ และนี่ก็เป็นครีมอีกตัวหนึ่งที่ได้รับความนิยมเช่นเดียวกัน เพราะนอกจากจะช่วยให้หน้าขาวสว่างขึ้นได้แล้วยังจะช่วยล็อกความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ด้วย ซึ่งเหมาะมาก ๆ สำหรับสาว ๆ ที่มีผิวหน้าแห้งทั้งหลายค่ะ

ครีมบำรุงผิวหน้าถูกและดี

9. Pond’s Age Miracle Daily Resurfacing Day Cream

เป็นครีมที่จะช่วยลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าได้เป็นอย่างดีเลยค่ะตัวนี้ โดยเนื้อครีมจะมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ไม่ฉุน แถมคุณสมบัตินี่พูดเลยว่าตีนกา ริ้วรอย รอยเหี่ยวย่นนี่เอาอยู่มาก ๆ สำหรับสาว ๆ คนไหนที่กำลังตามหาครีมที่จะช่วยลดรอยต่าง ๆ บนใบหน้าต้องห้ามพลาดตัวนี้เลยค่ะ

ครีมบำรุงผิวหน้าถูกและดี

10. Nivea Creme

ครีมบำรุงผิวหน้าในตำนานที่ไม่มีใครไม่รู้จัก เรียกได้ว่าฮิตมาตั้งแต่สมัยรุ่นคุณแม่ สำหรับมอยส์เจอไรเซอร์ครีมตัวนี้ที่สามารถใช้ได้ทุกสถานการณ์ เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ทุกวัย และทุกฤดูกาล โดยเฉพาะหน้าหนาวคุณสาว ๆ ที่มีผิวแห้งลอกทั้งหลาย ถ้าได้ลองใช้ครีมตัวนี้หน้าจะกลับมาเนียนนุ่มชุ่มชื้นแบบเห็นได้ชัดเลยทีเดียวค่ะ

ครีมบำรุงผิวหน้าถูกและดี

เห็นไหมคะสาว ๆ ว่าครีมบำรุงผิวหน้าที่ถูกและดีนั้นยังมีอยู่ในโลกจริง ๆ ซึ่งกระปุกดอทคอมเชื่อว่าคงจะถูกใจคุณสาว ๆ ที่กำลังตามหาครีมบำรุงผิวมาใช้กันอยู่ไม่น้อย เอาเป็นว่าชอบตัวไหนก็ลองพิจารณากันดูแล้วกันนะคะ ^^

ภาพจาก : smooth-e.com, garnierthailand.com, physiogelrepair.com, neutrogenathai.com, ponds.com, nivea.co.th, เฟซบุ๊ก Medmaker Thailand, เฟซบุ๊ก Olay, เฟซบุ๊ก We Love Hada Labo

วิธีรักษาฝ้าให้หายขาด คืนความมั่นใจให้หน้าเนียนใสอีกครั้ง

วิธีรักษาฝ้าให้หายขาด จะต้องทำอย่างไร หน้าถึงจะกลับมาเนียนใสได้อีกครั้ง

หากพูดถึงฝ้าบนใบหน้า คงไม่มีสาว ๆ คนไหนอยากจะให้เรื่องนี้เกิดขึ้นกับตัวเองเป็นแน่ เพราะนอกจากจะทำให้หน้าไม่สวย มีรอยด่างดำ และเสียความมั่นใจแล้ว ยังจะทำให้แต่งหน้าได้ยากอีกด้วย แต่ทั้งนี้ก็ถือเป็นปัญหาที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เพราะสภาพอากาศในบ้านเราค่อนข้างที่จะมีแดดแรงมากอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นสำหรับสาว ๆ คนไหนที่ต้องออกแดดบ่อย ๆ จนมีปัญหาเรื่องฝ้าขึ้นหน้าตามมาแล้ว ทางที่ดีควรรีบหาวิธีจัดการกับฝ้าให้เร็วที่สุดจะดีกว่าค่ะ แต่ก็อย่างที่คนเคยเป็นรู้กันดี ว่าฝ้านั้นค่อนข้างที่จะรักษาได้ยากและต้องใช้เวลา แต่ทั้งนี้ก็ใช่ว่าจะรักษาให้หายขาดไม่ได้เลย ซึ่งวันนี้ก็มีวิธีมาบอกกันด้วยค่ะ

หลีกเลี่ยงแสงแดด และต้องทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน

ถ้าอยากจะหายขาดจากฝ้า สาว ๆ จะต้องดูแลตัวเอง โดยการหลีกเลี่ยงแสงแดด โดยเฉพาะในช่วงเวลา 10.00 – 15.00 น. แต่ทั้งนี้หากจำเป็นที่จะต้องออกแดด สิ่งสำคัญที่จะต้องทำทุกครั้งก่อนออกจากบ้านก็คือการทาครีมกันแดด ด้วยครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง ๆ ซึ่งในวันธรรมดาสำหรับในบ้านเรา SPF ประมาณ 20-30 ก็ถือว่าเพียงพอแล้วค่ะ

วิธีรักษาฝ้าให้หายขาด

รักษาฝ้าด้วยวิธีธรรมชาติ

ในแต่ละสัปดาห์สาว ๆ ควรจะบำรุงรักษาฝ้าด้วยวิธีธรรมชาติ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง โดยวิธีธรรมชาติที่ว่านี้ก็คือ การขัดหน้าด้วยมะขามเปียกนั่นเองค่ะ โดยวิธีการก็ง่าย ๆ เพียงแค่นำมะขามเปียกมาละลายน้ำ พอให้ข้น ๆ จากนั้นนำมาขัดหน้า โดยค่อย ๆ ขัดอย่างเบามือ เสร็จแล้วพอกหน้าทิ้งไว้อีกประมาณ 2-3 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาด สูตรนี้ทำบ่อย ๆ จะช่วยผลัดเซลล์ผิว และสามารถทำให้รอยฝ้าจางลงและหน้าขาวเนียนใสขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ใช้ครีมทาฝ้าที่มีประสิทธิภาพ

การเลือกใช้ครีมทาฝ้าที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้ฝ้าหายเร็วขึ้นได้ โดยครีมทาฝ้าที่ดีนั้นจะต้องสามารถช่วยทำให้ฝ้าเก่าจางลง และจะต้องป้องกันการเกิดฝ้าใหม่ได้ด้วย ซึ่งหากใครที่กำลังตามหาครีมทาฝ้าดี ๆ มาใช้กันอยู่ แต่ยังไม่รู้ว่าจะต้องใช้แบบไหนดี สามารถตามไปดูกันที่รีวิวนี้ได้เลยค่ะ (ครีมทาฝ้ายี่ห้อไหนดี นี่เลย 6 ครีมทาฝ้าที่ช่วยให้หน้าเนียนใสอีกครั้ง !)

วิธีรักษาฝ้าให้หายขาด

ทำเลเซอร์รักษาฝ้า

การทำเลเซอร์ คือการรักษาผิวหน้าอีกทางที่จะช่วยรักษากระ ฝ้า และจุดด่างดำต่าง ๆ ให้หายขาดได้ ถือเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่คนปัจจุบันนิยมทำกัน เพราะนอกจากจะรวดเร็วใช้เวลาไม่นานแล้ว ยังจะรักษาฝ้าได้ผลดีอีกด้วย แต่ทั้งนี้การรักษาก็ค่อนข้างที่จะมีราคาแพง และหลังทำก็จะต้องดูแลผิวเป็นพิเศษอีกด้วย

ฉีดยารักษาฝ้า

การฉีดยารักษาฝ้า ถือเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยรักษาฝ้าให้หายขาดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการรักษาแบบนี้จะเป็นการฉีดตัวยาเข้าไปยังชั้นใต้ผิวหนังบริเวณที่เป็นฝ้าโดยตรง และตัวยาจะเข้าไปฟื้นฟูผิวจากภายในและยับยั้งการทำงานของเม็ดสีผิวที่ผิดปกติ ทำให้ฝ้าจางลงและหายขาดได้ นับเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้ผลดีเลยทีเดียวค่ะ

ทั้งนี้ก็อย่างที่บอกสาว ๆ ไปตั้งแต่แรกแล้วว่า ฝ้านั้นจะต้องใช้เวลาในการรักษา ดังนั้นสาว ๆ ก็อย่าเพิ่งใจร้อนไปนะคะ ค่อย ๆ รักษาด้วยวิธีการที่นำมาฝาก รับรองว่าฝ้าจะค่อย ๆ จางลงจนหายขาดได้อย่างแน่นอน

เคล็ดลับหน้าใส 10 วิธีทำให้หน้าใส ไร้สิว ผิวออร่าแบบธรรมชาติ

 เคล็ดลับหน้าใส 10 ข้อง่าย ๆ ที่คุณสาว ๆ สามารถทำได้แบบสบายบรื๋อ บอกเลยการจะมีสวยใสไร้สิวไม่ยากอย่างที่คิดนะ ^^  

 เพราะใบหน้านั้นเป็นส่วนแรกที่คนอื่นมองเห็น ถ้าไม่ยอมดูแลจนมีสิว มีฝ้า หรือจุดด่างดำ นอกจากคนอื่นจะไม่แลแล้ว ยังจะกลายเป็นปัญหาจุกจิกกวนใจ ที่ส่งผลเสียต่อผิวของเราในระยะยาว แถมยังกู้คืนกลับมาได้ยากอีกด้วย รู้อย่างนี้แล้วก็อย่ามัวรอช้า รีบปฏิวัติตัวเองกันซะใหม่ตั้งแต่วันนี้ ด้วย 10 เคล็ดลับหน้าใสแบบธรรมชาติ ที่กระปุกดอทคอมรวบรวมมาฝากแบบจัดเต็ม บอกเลยว่าแต่ละข้อนั้นง่ายแสนง่ายแต่ได้ผลเร็วทันใจ งานนี้หน้าไม่อ่อนกว่าวัย กระจ่างใส ไร้สิว ให้มันรู้ไป !
เคล็ดลับหน้าใส

1. ล้างเครื่องสำอางให้หมดจดทุกครั้ง

          เพราะเครื่องสำอางที่เราใช้เป็นประจำทุกวันนั้น ล้วนแล้วแต่มีสารเคมีที่ทำลายความชุ่มชื่นบนใบหน้าให้ดูหมองคล้ำ ระคายเคือง เกิดสิวอุดตันอยู่แล้ว หากหลีกเลี่ยงการใช้ไม่ได้ ก็ต้องรู้จักทำความสะอาดให้ดี โดยใช้คลีนเซอร์สูตรอ่อนโยนต่อผิว คู่กับลำสีที่มีเนื้อนุ่มละเอียดไร้สารอันตราย เช็ดเครื่องสำอางออกจนมั่นใจว่าหมดเกลี้ยง อย่าให้เหลือสิ่งสกปรกตกค้างบนใบหน้าเด็ดขาด แม้จะลุยงานหรือปาร์ตี้หนักจนกลับบ้านดึกขนาดไหน ยังไงก็ห้ามข้ามขั้นตอนนี้เป็นอันขาด ถ้าไม่อยากให้ผิวมีปัญหาหรือหน้าแก่ก่อนวัยอันควร

2. ทาครีมกันแดดอย่าให้ขาด

ไม่ว่าจะออกไปข้างนอกหรือนอนกลิ้งอยู่ที่บ้าน ยังไงก็ต้องฝึกนิสัยทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน เพราะนอกจากรังสี UVA, UVB และรังสีอินฟาเรด ในแสงแดดแล้ว รู้หรือไม่ว่า แสงสีฟ้า จากจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และดวงไฟในบ้าน ก็สามารถทำลายผิวของเราได้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นสาว ๆ ควรเลือกใช้ครีมกันที่เหมาะสมกับสภาพผิว มี SPF 15+ สำหรับกิจกรรมในร่ม และ SPF 30+ สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง ที่สำคัญควรทาก่อนออกแดด 30 นาที และหมั่นทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง อาจฟังดูจุกจิกไปหน่อย แต่เชื่อเถอะว่าผลลัพธ์ที่ได้มันคุ้มค่าจริง ๆ ค่ะ

3. หมั่นนวดหน้าและขัดผิวด้วยผ้าชุบน้ำอุ่น

หนึ่งในเคล็ดลับสำคัญที่เหล่าไอดอลและเซเลบแนะนำ นั่นก็คือการนวดใบหน้าและสครับผิว ตั้งแต่การทำสปาหน้าดี ๆ กับผู้เชี่ยวชาญ หรือจะทำมาส์กหน้าใสแบบธรรมชาติด้วยตัวเองที่บ้านก็ดีทั้งนั้น แต่สำหรับสาว ๆ ที่ไม่ค่อยมีเวลา การใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นนวดวนบนใบหน้า จะขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี ยิ่งทำก่อนลงครีมบำรุงผิวยิ่งเหมาะ เพราะเป็นวิธีที่ทำให้รูขุมขนขยายกว้างขึ้น ช่วยให้สารบำรุงทั้งหลายซึบซาบลงสู่ผิวได้แบบล้ำลึกเลยทีเดียวเชียวล่ะ

เคล็ดลับหน้าใส

4. ดื่มชาบาร์เลย์
          เคล็ดลับเด็ดของสาวหน้าใสคือ การดื่มชาข้าวบาร์เลย์เป็นประจำ เพราะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ควบคุมระดับน้ำตาลและทำให้เลือดหมุนเวียนได้ดี ที่สำคัญคือเป็นเครื่องดื่มดีท็อกซ์ที่ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ช่วยคลายเครียด ส่งผลทำให้ผิวพรรณสุขภาพดี สดชื่น แจ่มใสมากขึ้น

4. เติมความชุ่มชื้นด้วย Vitamin C ปกป้องผิวด้วย Omega-3

5. แช่มอยเจอร์ไรเซอร์ในตู้เย็นก่อนใช้

          ความเย็นของมอยส์เจอไรเซอร์หลังจากแช่ตู้เย็น จะช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็ก หน้าไม่มัน ลดอาการบวมอักเสบของสิว ป้องกันริ้วรอเหี่ยวย่นบนใบหน้า เรียกว่าเป็นการเพิ่มคุณสมบัติให้ครีมมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ประเภทผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับเคล็ดลับข้อนี้คือ มอยส์เจอไรเซอร์แบบน้ำ ที่ไม่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบเท่านั้นนะคะ เพราะความเย็นจะทำให้น้ำมันแยกชั้นกับส่วนผสมอื่นจนคุณสมบัติผิดเพี้ยนไปได้
6. เลี่ยงอาหารที่มีรสเค็ม น้ำตาลสูง
          การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลเกินพอดี หรืออาหารที่รสชาติเค็มจัดมีโซเดียมสูง จะทำให้ใบหน้าของเราเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร หน้าบวม ผิวแห้ง มีสิว มีชั้นถุงใต้ตาที่หย่อนคล้อยและหนาขึ้น เพราะน้ำตาลจะไปทำลายคอลลาเจนรวมถึงอีลาสตินในผิว ในขณะที่โซเดียมจะทำให้ร่างกายขาดน้ำและผลิตน้ำมันออกมาทดแทน โดยปกติระดับน้ำตาลที่พอเหมาะจะอยู่ที่ไม่เกิน 6 ช้อนชา ส่วนโซเดียวไม่ควรเกิน 2,300 มิลลิกรัม หรือเทียบเท่าเกลือ 1 ช้อนชา

 

เคล็ดลับหน้าใส
 
7. Sleeping Mask คือไอเท็มเด็ด

ทางเลือกของสาวที่ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง คือตัวช่วยบำรุงผิวเร่งด่วนอย่างแบบใช้เวลาเพียงชั่วข้ามคืนอย่าง มาส์กก่อนนอน หรือ Sleeping Mask ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จะเป็นครีมที่มีส่วนผสมเข้มข้น ใช้เติมความชุ่มชื้น ฟื้นฟูผิวหน้าให้กลับมาสดใสทันทีที่ตื่นนอน ซึ่งสาว ๆ ควรเลือกตัวที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือพาราเบน ไม่งั้นหน้าสวยอาจกลายเป็นหน้าพังเอาได้นะคะ

8. เติมความชุ่มชื้นด้วย Vitamin C ปกป้องผิวด้วย Omega-3

          อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า วิตามินซี นั้นมีคุณสมบัติช่วยทำให้หน้ากระจ่างใส ลดรอยสิว แถมยังมีสุขภาพดีห่างไกลไข้หวัด แต่สารธรรมชาติสำคัญอีกตัวที่สาว ๆ ควรได้รับเป็นประจำคือ โอเมก้า-3 หรือกรดไขมันจำเป็นที่ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน ทำให้หน้าดูสดใส เต่งตึงกว่าวัย และยังช่วยเสริมสร้างให้เยื่อหุ้มเซลล์สมบูรณ์ แข็งแรง เพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บความชุ่มชื้น ป้องกันไม่ให้ผิวถูกทำลายได้ง่าย หาทานได้ในอาหารพวก ถั่วแระ, ถั่วเหลือง, วอลนัท, ผักโขม หรือน้ำมันดอกคาโนลาเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็ม น้ำตาลสูง

9. ออกกำลังกายเป็นประจำ

          อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยกระตุ้นให้เลือดในร่างกายของเราหมุนเวียนได้ดีมากขึ้น นั่นก็คือการออกกำลังกาย โดยเฉพาะโยคะ แอโรบิค เดินหรือวิ่งเหยาะ ๆ วันละ 30-40 นาที ยิ่งถ้าทำได้เป็นประจำทุกวันยิ่งทำให้ผิวพรรณของเราดูสุขภาพดี มีเลือดฝาด เพราะสารอาหารและออกซิเจนสามารถเข้าไปหล่อเลี้ยงเซลล์ร่างกายแต่ละส่วนได้อย่างเต็มที่ ไม่เชื่อก็ลองถามชาวเฮลธ์ตี้ดูได้เลย
เคล็ดลับหน้าใส

10. ดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ

รู้หรือไม่ว่ากิจกรรมในชีวิตประจำวันนั้นทำลายผิวของเรามากกว่าที่คิด ทั้งมลพิษสิ่งสกปรกตามอากาศ ทั้งอาหารการกินที่ผิดหลักอนามัย รวมถึงสารเคมีจากเครื่องสำอางบนใบหน้า และสิ่งที่จะเยียวได้ดีที่สุดคือการเติมน้ำให้ผิวอย่างสม่ำเสมอ ฝึกนิสัยจิบน้ำบ่อย ๆ ให้ถึง 1.5-2 ลิตรต่อวัน และอย่าลืมนอนหลับให้ได้มากกว่า 6 ชั่วโมง เพื่อให้สารธรรมชาติในร่างกายของเรา ช่วยทำงานฟื้นฟู ซ่อมแซมส่วนสึกหรอต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เห็นไหมคะว่าแต่ละข้อนั้นง่ายแสนง่าย แค่ปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตบวกกับพิถีพิถันเรื่องดูแลผิวเพิ่มขึ้นนิดหน่อย เท่านี้สาว ๆ ก็เตรียมบ๊ายบายหน้าสิวกันได้แล้วแหละ

ข้อมูลจาก : redbookmag.com, dailyvanity.sg, stylecaster.com, brides.com, fashionisers.com

5 คลีนซิ่งเช็ดสะอาด ในราคาประหยัด

Ladyissue

สนับสนุนเนื้อหา

ในทุกวันนี้มีคลีนซิ่งในรูปแบบน้ำออกมาให้เลือกใช้มากมาย ด้วยเนื้อสัมผัสที่บางเบา ใช้งานง่ายเพียงแค่หยดลงบนสำลีและปาด ใบหน้าก็สะอาดหมดจรด สาวๆ หลายคนอาจจะสับสนไม่รู้จะเลือกใช้ของแบรนด์ไหนดี โพสต์นี้มี 5 ตัวเด็ด แถมราคาถูกมาแนะนำกันค่ะ

Bifesta Cleansing Lotion
ปริมาณ 300 ml ราคา 290 บาท

เริ่มกันด้วยตัวเด็ดตัวดังที่ไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะฮิตมาต่อเนื่อง ด้วยความที่ทาง Bifesta ออกมาให้เลือกหลากหลายสูตร เหมาะกับสาวๆ ทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะผิวมัน ผิวแห้ง หรือแม้แต่ผิวเป็นสิวก็สามารถใช้ได้ เพราะอ่อนโยน ปราศจากส่วนผสมของน้ำหอม สี แอลกอฮอล์ และสารกันเสียนั่นเอง ส่วนเรื่องเช็คทำความสะอาดเครื่องสำอางไม่ต้องพูดเยอะ ปาดปุ๊บออกปั๊บค่ะ

Purevivi Cleansing Lotion
ปริมาณ 500 ml ราคา 490 บาท

คลีนซิ่งตัวนี้ฮิตมากๆ ที่ญี่ปุ่น จนตอนนี้เข้าไทยมาแล้ว ใครหลายคนได้ลองก็ตกหลุมรัก ด้วยขนาดที่ใหญ่จุใจในราคาเบาๆ และที่สำคัญคือเช็ดเครื่องสำอางได้สะอาด แถมปราศจากน้ำมัน แอลกอฮอล์ สี น้ำหอม สารลดแรงตึง และไม่ผสมพาราเบน อ่อนโยนต่อใบหน้าแน่นอน แม้ผิวบอบบางแพ้ง่ายก็สามารถใช้ได้แบบไม่ต้องกังวลเลยค่ะ

Nu Formula Mineral Cleansing Water For Sensitive Skin
ปริมาณ 510 ml ราคา 475 บาท

Garnier Micellar Oil-Infused Cleansing Water
ปริมาณ 400 ml ราคา 299 บาท

สำหรับตัวนี้มีความโดนใจบล็อกเกอร์หลายคนจนติดเข้าไปอยู่ใน Favorites Of The Year มาแล้ว ด้วยความที่มีส่วนผสมของอาร์แกน ออยล์ ทำหน้าที่ดูดจับเครื่องสำอางต่างๆ บนใบหน้าให้หลุดออกมาได้เป็นอย่างดี แม้แต่เครื่องสำอางกันน้ำอย่างมาสคาร่า หรืออายไลน์เนอร์ก็ไม่มีเหลือนะคะ ที่สำคัญที่สุดแม้จะมีส่วนผสมของน้ำมัน แต่ไม่ทิ้งความมันไว้บนใบหน้าหลังเช็ดเสร็จ

NIVEA Micellair Expert Micellar Water
ปริมาณ 125 ml ราคา 129 บาท

เปิดตัวไปได้ไม่นานแต่เรียกเสียงฮือฮาได้พอสมควร สำหรับจุดเด่นตัวนี้อยู่ที่ ไมเซลแอร์ คอมเพล็กซ์ ทำหน้าที่ดูดจับเครื่องสำอางกันน้ำ ติดแน่นทนนานให้ออกได้อย่างง่ายดาย รวมถึงแม้ซิลิโคนตกค้างจากเครื่องสำอางที่อาจมองไม่เห็น สามารถเช็ดออกง่าย ไม่ทำร้ายผิว แถมยังผ่านการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและจักษุมาแล้วว่าไม่ระคายผิวรอบดวงตาอีกด้วย ใครที่แพ้ง่ายหรือผิวบอบบางก็สามารถใช้ได้นะคะ

จะแต่งหน้าออกมาสวยขนาดไหน ถึงเวลาก็ต้องล้างออกนะคะสาวๆ หวังว่าคลีนซิ่งวอเตอร์ (Cleansing Water) ทั้ง 5 ตัวที่นำมาแนะนำวันนี้ จะโดนใจสาวๆ บ้างไม่มากก็น้อยนะคะ สนใจตัวไหนหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไปเลยค่ะ

Laura Mercier นำเสนอแป้งใหม่สุด เซตเมคอัพ มอบความโกลว์

“เพียงครั้งแรกที่สัมผัสแป้งจะทำให้ผิวหน้าดูมีชีวิตชีวาขึ้นทันที”-ลอร่า เมอร์ซิเอ เหมือนว่าคำพูดนี้จะเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนต่างนึกถึงต่างอยากให้เป็นเช่นกัน

Laura Mercier Translucent Loose Setting Powder Glow 1

จากความสำเร็จของแป้งฝุ่นเนื้อโปร่งแสงของลอร่า เมอร์ซิเอ รุ่น Translucent Loose Setting Powder ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ทั่วโลกว่าเป็นหนึ่งในแป้งฝุ่นที่ดีที่สุดในอันดับต้นๆ ด้วยประสิทธิภาพของเนื้อแป้งที่เนียนประหนึ่งเป็นเนื้อเดียวกับผิวหน้า สามารถใช้ได้กับทุกสีผิวแต่งเติมได้กับทุกลุค จึงได้รับความนิยมจากผู้ที่ได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์เป็นอย่างมาก มาในปี 2018 นี้ ลอร่าได้คิดค้นและพัฒนาแป้งฝุ่นรุ่นใหม่ล่าสุด เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด และเป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้ที่ต้องการแป้งฝุ่นเซตเมคอัพที่มอบความเปล่งประกายมีชีวิตชีวา

Laura Mercier Translucent Loose Setting Powder Glow 6

Laura Mercier Translucent Loose Setting Powder Glow (มีให้เลือก 2 เฉดสี Translucent, Translucent Medium Deep / ขนาด 29 กรัม ราคา 1,590 บาท) แป้งฝุ่นโปร่งแสงรุ่นล่าสุดจากลอร่า เมอร์ซิเอ ที่มอบความโกลว์ เปล่งประกายให้กับผิว ช่วยเซตเมคอัพติดทนนาน 12 ชั่วโมง มอบผิวสวยสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติเหมาะกับทุกสภาพผิว หมดกังวลเรื่องริ้วรอยที่ต้องการอำพรางปกปิด เผยผิวที่ลุคโกลว์ดูสดใส ผิวสวยแลดูสุขภาพดีแบบเปล่งประกายในทุกมุมมอง

Laura Mercier Translucent Loose Setting Powder Glow 4

Laura Mercier Translucent Loose Setting Powder Glow 5

#คุณสมบัติมาเต็มที่ Translucent Loose Setting Powder Glow
• ผลิตภัณฑ์เนื้อฝุ่น อณูละเอียด เนื้อมุก บางเบาไร้น้ำหนัก
• มอบลุคโกลว์ ผิวดูเนียนกระจ่างใส เปล่งประกายดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ
• เซตเมคอัพยาวนาน 12 ชั่วโมง
• แป้งฝุ่นแบบโปร่งแสงเนื้อวาว มีประสิทธิภาพช่วยอำพรางริ้วรอย รูขุมขน เพื่อให้ผิวสวยเรียบเนียน
• ผิวหน้าดูเปล่งประกาย สดใส แม้อยู่ต่อหน้าแสงแฟลชจากกล้อง
• ใช้ทาหลังลงรองพื้น เพื่อเพิ่มความฉ่ำวาวให้ผิวหน้า หรือปัดเฉพาะจุดที่ต้องการเช่น ทาทับบลัชบริเวณพวงแก้ม ทับบลอนเซอร์ หรือสันจมูกเพื่อสร้างมิติให้ผิวสวย

Laura Mercier Glow Powder Brush (ราคา 1,850 บาท) แปรงดีไซน์พิเศษที่ออกแบบมาเพื่อใช้คู่กับ Laura Mercier Translucent Loose Setting Powder Glow เพื่อมอบผลลลัพธ์ผิวดูโกลว์เปล่งปลั่ง ดูสุขภาพดี และช่วยเซตเมคอัพให้เรียบเนียนได้เนิ่นนาน

เทคนิคเซตเมคอัพสร้างมิติผิว ของ Laura Mercier:
Set up/Set down เซตเมคอัพและสร้างมิติให้กับใบหน้าโดยการใช้แป้งฝุ่นทั้ง 2 แบบTranslucent Loose Setting Powder และTranslucent Loose Setting Powder Glow
Set Down เซตเมคอัพลดความมันส่วนเกิน โดยใช้ Translucent Loose Setting Powder ใช้ Velour Puff กดแป้งฝุ่นTranslucent Loose Setting Powder เน้นบริเวณ หน้าผาก ด้านล่างแก้ม ปีกจมูก รอบริมฝีปาก คาง และใต้โหนกแก้ม
Set Up เซตเมคอัพให้ผิวโกลว์ เปล่งประกายเฉพาะจุดที่กระทบแสงสร้างความเปล่งปลั่งอย่างเป็นะรรมชาติ โดยใช้ Translucent Loose Setting Powder Glow ใช้ Glow Powder Brush ปัดบริเวณที่ต้องการให้แสง เช่น ขมับ โหนกแก้ม หน้าแก้ม สันจมูก และมุมปากบน

 

สร้างงานผิวให้น่าอวด เริ่มเซตความโกลว์กันได้ตั้งแต่วันนี้เลยค่ะ