Apple ขยายโปรแกรม Trade-in ให้ผู้ใช้ยกเครื่อง Mac มาแลกรับส่วนลดที่ Apple Store ได้แล้ว

ผู้ใช้อุปกรณ์ Mac ไม่จำเป็นที่จะต้องรอการตอบกลับจากทางบริษัทในการขอแลกเครื่องผ่านเว็บไซต์อีกต่อไป เพราะล่าสุดทาง Apple ได้ออกมาประกาศเพิ่มโปรแกรม แลกเครื่องสำหรับอุปกรณ์ Mac ที่ร้านค้า (Apple Store) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยผู้ใช้จะสามารถยก Mac เครื่องเก่ามา แลกรับส่วนลด ในการซื้ออุปกรณ์ Mac เครื่องใหม่ หรือเลือกรับเป็น Apple Gift Card (บัตรส่วนลดการซื้ออุปกรณ์ของ Apple) ที่ Apple Store ได้ ทั้ง MacBook, iMac, Mac Pro และ Mac mini

Apple ขยายโปรแกรม Trade-in ให้ผู้ใช้ยกเครื่อง Mac มาแลกรับส่วนลดที่ Apple Store ได้แล้ว


ภาพจาก : https://www.apple.com/shop/trade-in

ทางบริษัทระบุว่าการขยายบริการโปรแกรมแลกเครื่องที่ Apple Store นั้นน่าจะช่วยให้ผู้ใช้ตัดสินใจนำเอาเครื่องเก่ามาแลกมากขึ้นเพราะไม่ต้องเสียเวลารอการดำเนินการและส่งสินค้าทางไปรษณีย์ที่ยุ่งยาก และการวอล์คอินเข้ามานี้ก็ ช่วยให้ผู้ใช้ได้มาสัมผัสและทดลองใช้งานอุปกรณ์อื่นๆ ของ Apple เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

Apple ขยายโปรแกรม Trade-in ให้ผู้ใช้ยกเครื่อง Mac มาแลกรับส่วนลดที่ Apple Store ได้แล้ว


ภาพจาก : https://9to5mac.com/2019/09/21/new-apple-stores-houston-bloomington-bridgewater-openings/

นอกจากนี้ ทาง Apple ยังได้อัปเดตราคาส่วนลดการแลกเครื่องของสมาร์ทโฟน Android เข้ามาภายในเว็บไซต์ของบริษัทอีกด้วย โดยในตอนนี้รับแลกเครื่องเฉพาะแค่ Samsung Galaxy, Note และ Google Pixel บางรุ่น ส่วนสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดอื่นๆ นั้นทางบริษัทก็ระบุว่า ยินดีที่จะรับรีไซเคิลให้ฟรี (สามารถเอาเครื่องเก่าไปให้ Apple ทำการรีไซเคิลได้ แต่จะไม่ได้รับส่วนลดจากทางบริษัท)

อย่างไรก็ตาม โปรแกรมแลกเครื่อง Mac ที่ Apple Store นั้นได้นำร่องการบริการในสหรัฐอเมริกา (15 มิถุนายน) และแคนาดา (18 มิถุนายน) เท่านั้น ในส่วนของ Apple Store ของประเทศอื่นๆ นั้นต้องรอการประกาศอีกทีหนึ่ง
ที่มา : www.engadget.com , www.bloomberg.com , www.apple.com

Google เปิดตัว Keen โซเชียลเน็ตเวิร์คคล้าย Pinterest แชร์และเสพไลฟ์สไตล์ที่ชอบอย่างไม่รู้จบ

ทีม Area 120 จาก Google เปิดตัวแพลตฟอร์มโซเชียลเน็ตเวิร์คแบบใหม่ ที่มาในรูปแบบเว็บไซต์ และแอปพลิเคชันบน Android ชื่อว่า “Keen” ให้เราสามารถบันทึกรูปภาพ วิดีโอ หรือไลฟ์สไตล์ที่สนใจ สร้างไว้เป็นคอลเลคชั่นส่วนตัว เพื่อนำมาแชร์ให้เพื่อนกดไลค์ หรือกดติดตามคอลเลกชั่นของเราได้ 

ความโดดเด่นของ Keen คือผู้ใช้ไม่ต้องไปค้นหาข้อมูลกิจกรรมจากไหนไกล แค่สนใจอะไรอยู่ตอนนั้น ก็เสิร์ชหาหัวข้อ (Topic) ที่สนใจได้เลย เช่น การฝึกสุนัข การทำขนม ดารา การท่องเที่ยว ซึ่งระบบจะช่วยแนะนำทั้งบทความ รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่เกี่ยวข้อง จากหลายเว็บไซต์ให้เราได้นำมารวบรวมบันทึกไว้เป็นคอลเลกชั่นของตัวเอง หรือแม้กระทั่งสามารถอัปโหลดรูป หรือวิดีโอของตัวเองใส่ลงไปในคอลเลกชั่นก็ยังได้ 

Keen จะช่วยให้คุณเสพเนื้อหา หรือสะสมคอลเล็กชันที่คุณรัก เพื่อแบ่งปันร่วมกับผู้อื่น สิ่งที่คุณชอบจะถูกจดจำด้วยระบบ AI เพื่อบันทึกไว้ และนำเสนอเนื้อหาแบบเดียวกันเพิ่มให้แบบไม่รู้จบ

– CJ Adams หนึ่งในผู้พัฒนา Keen –

ความพิเศษอีกอย่างของ Keen ก็คือระบบ AI ที่ถูกใส่เข้ามาช่วยจดจำพฤติกรรมของผู้ใช้ คือ ถ้ายิ่งผู้ใช้สนใจเนื้อหาประเภทไหนมากเป็นพิเศษ เช่นค้นหาบ่อยๆ คลิกดูบ่อยๆ ระบบ AI ก็จะคอยแสดงเนื้อหาใหม่ๆ ของหัวข้อประเภทนั้นเข้ามาให้เรื่อยๆ บนหน้าฟีดหลัก ทำให้เวลาที่เปิดเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน Keen ขึ้นมา เราก็สามารถเลื่อนดูฟีด เพื่อเพิ่มเติมเนื้อหาในคอลเลกชั่นส่วนตัวได้ตลอด ซึ่งพอฟังรูปแบบของระบบนี้ ก็ดูละม้ายคล้ายกับ แพลตฟอร์ม Pinterest ชื่อดังเหมือนกันนะ

นับว่า Keen ถือเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียรุ่นใหม่ที่น่าใช้อยู่เหมือนกัน เพราะจุดเด่นของมันสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้ในเรื่องของความสะดวกสบายได้อย่างดี ถ้าใครสนใจอะไรเช่น งานศิลป์ รูปภาพไอดอล หรืองานอดิเรกอื่นๆ ก็ไม่ต้องค้นหาเอง เพราะในแพลตฟอร์มนี้รวมทุกอย่างมาเสิร์ฟให้ถึงที่ แถมยังตามเทรนด์ของสายอวดในยุคนี้ มอบโอกาสให้เราได้เป็นผู้สร้างสรรค์คอลเลกชั่นส่วนตัวไว้อวดใครต่อใครได้

แต่อย่างไรก็ตามแนวคิดที่เหมือนกับ Pinterest ก็ดูเหมือนจะเข้ามาซ้ำตลาดหน่อยๆ ซึ่งจะประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมเหนือกว่าหรือไม่ ก็คงต้องรอดูกันอีกที
ที่มา : www.engadget.com , techcrunch.com

YouTube เพิ่ม Shoppable Ads และปรับหน้าการโฆษณาใหม่ให้ผู้ใช้ซื้อสินค้าได้ง่ายมากขึ้น

YouTube ปรับปรุงการโฆษณาใหม่ให้ “ง่ายต่อการซื้อขาย” และสะดวกต่อทั้งผู้บริโภคและผู้ขายมากขึ้น เพราะทางบริษัทได้อธิบายว่าจากการสำรวจพบว่าผู้ใช้ราว 70 % ตัดสินใจซื้อสินค้าที่มีโฆษณาปรากฏอยู่บนหน้า YouTube ดังนั้นทางบริษัทจึงได้เพิ่มบริการให้ผู้ใช้สามารถซื้อสินค้าได้จากหน้าการโฆษณาง่ายขึ้นจากเดิม โดยผู้ใช้จะสามารถเลือกดูสินค้าเพิ่มเติมและกดที่ Shop Now เพื่อเข้าสู่หน้าการซื้อสินค้าได้

สำหรับร้านค้าที่ต้องการขึ้น Shoppable Ads จะต้องซิงก์เข้ากับ Google Merchant Center เข้ากับวิดีโอโฆษณา จากนั้นกดที่ “Call to Action” และเลือกสินค้าที่ต้องการให้แสดงผลบน YouTube ได้ตามต้องการ

YouTube เพิ่ม Shoppable Ads และปรับหน้าการโฆษณาใหม่ให้ผู้ใช้ซื้อสินค้าได้ง่ายมากขึ้น


ภาพจาก : https://www.blog.google/products/ads/new-ways-to-drive-action/

นอกจากนี้ยังเพิ่มโปรโมตโฆษณามากขึ้นด้วย Video Action Campaigns ที่จะทำการดึงโฆษณาทั้งจากหน้าแรกของ YouTube, ภายในวิดีโอ และ Google Video Partner เข้ามาเพื่อเพิ่มความสะดวกให้ผู้ประกอบการหรือร้านค้าที่ซื้อการโฆษณาจาก YouTube ในราคาประหยัด

YouTube เพิ่ม Shoppable Ads และปรับหน้าการโฆษณาใหม่ให้ผู้ใช้ซื้อสินค้าได้ง่ายมากขึ้น


ภาพจาก : https://www.blog.google/products/ads/new-ways-to-drive-action/

และสำหรับผู้ใช้ทั่วไปทางบริษัทก็ระบุว่าจะเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในโฆษณาเพิ่มมากขึ้นเพื่อลดเวลาที่ผู้ใช้จะต้องสลับไปค้นหารายละเอียดของสินค้าที่สนใจขณะดู YouTube โดยทางบริษัทก็หวังว่าการอัปเดตใหม่นี้จะช่วยเหลือให้ทุกคนสามารถโปรโมตสินค้าและตัดสินใจซื้อสินค้าต่างๆ ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
ที่มา : techcrunch.com , www.blog.google , www.tubefilter.com , 9to5google.com

YouTube ทุ่มเงิน 100 ล้านดอลลาร์ตั้งกองทุนและแคมเปญสนับสนุน BlackLivesMatter

ที่ YouTube เราเชื่อว่าชีวิตของคนดำนั้นสำคัญ (Black Lives Matter) และพวกเราทุกคนควรที่จะล้างระบอบการเหยียดสีผิวนี้ออกไป เราจะร่วมประท้วงเพื่อทวงความยุติธรรมให้กับ George Floyd, Breonna Taylor, Ahmaud Arbery และคนผิวดำอีกจำนวนมากที่เสียชีวิตไปเพราะการเหยียดสีผิวนี้ และเราต้องการที่จะแสดงให้เห็นว่าเราสนับสนุนในเรื่องนี้อย่างเต็มที่

Susan Wojcicki CEO ของ YouTube แสดงออกอย่างชัดเจนว่าเธอต้องการที่จะสนับสนุนและผลักดันให้เกิดความเท่าเทียมกันในสังคมมากยิ่งขึ้นและได้โพสต์ข้อความดังกล่าวนี้ในบล็อกของ YouTube รวมทั้งได้ปล่อยคลิป “Bear Witness, Take Action” ออกไปในวันที่ 11 มิถุนายนเพื่อเชิญชวนให้ติดตามการพูดคุย, แชร์ประสบการณ์, ให้ความรู้เกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำและการถูกเลือกปฏิบัติของคนผิวดำในวันที่ 13 มิถุนายนที่จะถึงนี้

นอกจากนี้ยังได้ออกมาประกาศว่าจะ ตั้งกองทุนมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ (ราว 3,100 ล้านบาท) เพื่อ “ขยายฐาน Creator ผิวดำ” ให้ได้มีพื้นที่สื่อในการสร้างสรรค์คอนเทนท์ต่างๆ มากยิ่งขึ้น

เราได้พยายามทำงานอย่างหนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้เพื่อพัฒนาให้ YouTube เป็นพื้นที่ปลอดภัยและอิสระกับทุกฝ่ายโดยเฉพาะกับคนผิวดำที่ถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมเสมอมา เราพยายามจะอุดช่องว่างในส่วนนี้และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ผิวดำทั้งศิลปิน, Creator และผู้ใช้ทั่วไปได้มีพื้นที่ในการแบ่งปันเรื่องราวและประสบการณ์ของพวกเขามากขึ้น และป้องกันไม่ให้ถูกกลั่นแกล้งและหยามเหยียดจากบุคคลอื่น

และเมื่อปีที่ผ่านมาทาง YouTube ก็ได้ทำการลบคลิปวิดีโอที่มีเนื้อหาหรือชี้ชวนให้เกิดความเกลียดชังและความรุนแรงทั้งในเรื่องของเชื้อชาติ, เพศ, สีผิว หรือรสนิยมทางเพศออกไปกว่า 100,000 คลิป และลบคอมเมนท์ที่มีเนื้อหาเดียวกันนี้ออกไปกว่า 100 ล้านคอมเมนท์เลยทีเดียว (แต่สำหรับ คดีการฟ้องร้องของกลุ่ม LGBTQ กับ YouTube ที่ยังยืดเยื้ออยู่ก็ไม่ได้ออกมาอธิบายเพิ่มเติมแต่อย่างใด)

อย่างไรก็ตาม YouTube ก็ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทเดียวที่ออกมาสนับสนุนเรื่องความเท่าเทียมกันในสังคมนี้ เพราะบริษัทแม่อย่าง Google เองก็ได้ออกมาประกาศว่าทางบริษัทจะบริจาคเงินจำนวน 12 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 37 ล้านบาท) ให้กับหน่วยงานผลักดันในเรื่องนี้ และทาง Apple เองก็ระบุว่าจะบริจาคเงิน 100 ล้านดอลลาร์ (ราว 3,100 ล้านบาท) ด้วย ส่วน Facebook และ Amazon ก็ได้บริจาคเงินราว 10 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 31 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการหยุดยั้งการเหยียดสีผิวด้วยเช่นกัน
ที่มา : www.engadget.com , www.theverge.com , youtube.googleblog.com

Apple เตรียมเปิดตัว Macbook พร้อมชิป ARM รุ่นใหม่ในงาน WWDC 2020

ในปีนี้งาน Worldwide Developers Conference หรืองานประชุมผู้พัฒนา WWDC 2020 ที่จะจัดขึ้นภายในวันที่ 22 มิถุนายน ในรูปแบบออนไลน์บนโปรแกรม Video Conference ดูเหมือนว่า Apple จะมีแผนเปิดตัวซีพียู Macbook รุ่นใหม่ที่เปลี่ยนจากชิปประมวลผลของ Intel มาเป็นชิป ARM

หลายคนอาจยังไม่ทราบผมจะขออธิบายเรื่องของ ซีพียู ARM ง่ายๆ ก่อน ว่าเป็นชิปประมวลผลขนาดเล็กสำหรับพกพา ซึ่งแน่นอนว่าสามารถทำงานได้ดี แต่อาจจะไม่ได้ครอบคลุมเหมือนของ Intel ซึ่งซีพียู ARM เป็นชนิดของซีพียูที่ถูกสร้างขึ้นมาใช้กับ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต รวมไปถึงแล็ปท็อปบางรุ่นในปัจจุบัน ซึ่งในอนาคตอาจมีการพัฒนานำไปใช้กับ Supercomputer อีกด้วย จุดเด่นคือใช้พลังงานไม่มาก และกินไฟน้อยกว่า ทำให้ประหยัดแบตเตอรี่ได้ดีนั่นเอง

แต่ทั้งนี้เราก็ต้องมารอดูกันอีกทีว่าความสามารถของ ซีพียู ARM ที่พัฒนาโดย Apple จะมีความโดดเด่นในด้านไหนบ้าง แต่เบื้องต้นที่ทราบมาคือดัดแปลงมาจาก ชิป A14 ของ iPhone 12 และก่อนหน้านี้คาดว่าจะเปิดตัวพร้อม Macbook รุ่นต่อไปในปีหน้า (ค.ศ. 2021) แต่ตอนนี้กำหนดการอาจกลายเป็นปีนี้เลย

โดยรายงานจาก Bloomberg บอกว่าเหตุที่ Apple ต้องทิ้ง Intel ไป เพราะเกิดจากการที่ชิป Performance ของ Intel มีการพัฒนาที่ล่าช้าไม่ทันคู่แข่ง บวกกับ Apple ได้ทดสอบแล้วว่าชิป ARM ของตัวเองมี Performance ที่ดีกว่าจึงตัดสินใจเปลี่ยนไปนั่นเอง
ที่มา : www.theverge.com , www.bloomberg.com

Fitbit เตรียมจับฟีเจอร์ Google Assistant ลงใน SmartWatch รุ่นใหม่ๆ

แม้ Google จะส่งผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Google Assistant ลงในสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ คอมพิวเตอร์ Chromebooks และลำโพงอัจฉริยะ Google Assistant แต่กลับไม่มีใน SmartWatch แบรนด์อื่นๆ เลย จนกระทั่งมีผู้พบเห็นข้อมูลว่า Google Assistant อาจไปอยู่ในนาฬิกาของ Fitbit รุ่นใหม่ล่าสุดที่ใช้ Wear OS จากไฟล์ XML ที่คาดว่าน่าจะหมายถึง Google Assistant

Fitbit เตรียมจับฟีเจอร์ Google Assistant ลงใน SmartWatch รุ่นใหม่ๆ
https://9to5google.com/2020/06/11/google-assistant-fitbit-support/

แม้ว่า SmartWatch ของ Fitbit อย่าง Versa 2 จะเคยใช้ Alexa ของ Amazon มาก่อน แต่เหมือนว่าเพิ่งจะได้ฤกษ์งามยามดีที่ Fitbit จะหันมาใช้ Google Assistant ส่วนหนึ่งมาจากก่อนหน้านี้ Google ยังไม่ได้สนใจในตัว SmartWatch มากนัก แม้นี่จะไม่ใช่ฟีเจอร์ใหม่ๆ น่าตื่นตา แต่ว่า Google Assistant ก็เป็นส่วนเสริมที่ดีเมื่ออยู่ใน SmartWatch และทำให้ Google และ Fitbit หันมาร่วมมือกันสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อสงสัยว่า SmartWatch รุ่นถัดไปจาก Fitbit จะหันมาใช้ Wear OS หรือไม่ หรือ Google จะเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ในชื่อว่า Pixel เหมือนสมาร์ทโฟนของตัวเองหรือเปล่า งานนี้ก็เป็นเหตุการณ์ที่ยังต้องลุ้นกันต่อไป
ที่มา : www.androidpolice.com , 9to5google.com