Google เพิ่ม Plus Codes เข้ามาช่วยให้ผู้ใช้ระบุ Location ได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น

 Google Maps จะช่วยให้การใช้ชีวิตของหลายๆ คนง่ายมากขึ้นจากการค้นหาตำแหน่ง (Location) ต่างๆ แต่ในบางสถานที่ที่ไม่ได้เป็นที่นิยมมากนักในชนบทหลายๆ แห่งก็ไม่มีที่อยู่ (Address) บน Google Maps และมักจะแสดงผลเป็นพื้นที่ใหญ่ๆบริเวณข้างเคียงแทน ทำให้ผู้ที่ไม่คุ้นชินเส้นทางหลายคนยังคงหลงทางอยู่แม้ว่าจะเปิด Google Maps เพื่อช่วยนำทางแล้วก็ตาม

Google เพิ่ม Plus Codes เข้ามาช่วยให้ผู้ใช้ระบุ Location ได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น


ภาพจาก : https://www.freepik.com/free-vector/error-404-concept-landing-page_5156007.htm#page=1&query=lost&position=13

ทาง Google ก็ได้เห็นถึงปัญหาดังกล่าวนี้และได้ ดำเนินการแก้ไข มาเป็นเวลาหลายปี แต่สิ่งที่บริษัทได้แก้ไขนั้นไม่เพียงแค่เพิ่ม Address ที่หลากหลายมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังได้ทำการพัฒนา Plus Codes ที่จะช่วยให้การระบุตำแหน่งของผู้ใช้แม่นยำมากยิ่งขึ้น เพราะมันจะทำการระบุ Locaion ด้วยการจับพิกัดละติจูดและลองจิจูดจากสมาร์ทโฟนของผู้ใช้นั่นเอง

ซึ่งเมื่อเปิดแอปพลิเคชัน Google Maps ก็จะมีจุดสีน้ำเงินที่แสดงตำแน่งของผู้ใช้ในขณะนั้นปรากฏขึ้นมา และหากกดเข้าไปที่ จุดสีน้ำเงินก็จะมีรหัส 6 ตัวของ Plus Codes ที่ผู้ใช้สามารถเลือกส่งตำแหน่งให้กับบุคคลอื่นๆ ระบุตำแหน่งของผู้ใช้ได้อย่างแม่นยำ เพราะรหัส Plus Codes นี้จะสามารถทำการค้นหาบน Google และ Google Maps ได้

Google เพิ่ม Plus Codes เข้ามาช่วยให้ผู้ใช้ระบุ Location ได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น


ภาพจาก : https://blog.google/products/maps/an-address-for-everywhere-plus-codes/

และบริษัทก็คาดหวังว่าการเพิ่ม Plus Codes เข้ามาจะช่วยให้ผู้ใช้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างการเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุด่วนอื่นๆ ได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว เพราะมันน่าจะช่วยประหยัดเวลาให้กับเจ้าหน้าที่ในการตามหาตำแหน่งของผู้ที่ขอความช่วยเหลือได้มากเลยทีเดียว โดย Sundar Pichai CEO ของบริษัทได้กล่าวว่า

ด้วยที่อยู่ในระบบดิจิทัล (Digital Address) นี้จะช่วยให้ผู้คนอีกจำนวนมากได้เข้าการบริการต่างๆ ที่มากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นบริการช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือการบริการขนส่งต่างๆ รวมทั้งช่วยให้การทำธุรกิจเป็นไปได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้นอีกด้วย

สำหรับการใช้งาน Plus Codes บนแอปพลิเคชัน Google Maps นั้น ทางบริษัทระบุว่าจะปล่อยออกมาให้ผู้ใช้ Android ได้ใช้งานกันใน Google Maps เวอร์ชันล่าสุดที่กำลังจะมีการอัปเดตในเร็วๆ นี้ ส่วนใครที่ใช้ iOS ก็ยังต้องรอต่อไปอีกพักหนึ่ง
ที่มา : www.theverge.com , blog.google

Google กำลังทดสอบระบบ ยืนยันสั่งจ่ายเงินด้วยเสียง บน Google Assistant

Google กำลังทดสอบระบบการจ่ายเงินด้วยเสียงบน Google Assistant ซึ่งตอนนี้มีการปล่อยออกมาให้ผู้ใช้บางส่วนที่ได้รับเชิญเท่านั้น ซึ่งนิยามของ Google Assistant ก็คือผู้ช่วยอัจฉริยะบนมือถือ Android และตอนนี้มันมีประโยชน์กับผู้ใช้มากขึ้นทุกวัน

สำหรับระบบใหม่นี้ แน่นอนว่าโดยปกติการจ่ายเงินด้วยสมาร์ทโฟนทั่วไป มักจะใช้พาสเวิร์ด ลายนิ้วมือ หรือสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันการสั่งจ่าย ซึ่งไม่เคยมีการใช้ระบบเสียงมาก่อนแต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่า Google พยายามจะทำให้สามารถสั่งจ่ายเงินด้วยระบบจดจำเสียงได้

ซึ่งปัจจุบันยังเป็นแค่การทดสอบ ถ้าปล่อยออกมาจริงๆ แล้ว Google ระบุว่าระบบนี้สามารถใช้ได้กับการจ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชัน หรือการซื้อแอปพลิเคชันบน Play Store เท่านั้น แต่ก็ยังมีร้านอาหารบางแห่งที่สามารถใช้ได้เช่นกัน ซึ่งจะมีอัปเดตให้ภายหลัง และเชื่อว่าสิ่งนี้จะมีประโยชน์ต่อผู้ใช้อย่างมาก

Google กำลังทดสอบระบบ ยืนยันสั่งจ่ายเงินด้วยเสียง บน Google Assistant


ภาพจาก https://www.xda-developers.com/google-tests-voice-confirmation-purchases-google-assistant/

โดยวิธีการตั้งค่าใช้งาน ให้เราเข้าไปที่ Google app > More > Settings > Google Assistant > You > Payments จากนั้นก็ผูกบัญชีเข้ากับระบบ (ถ้ายังไม่เคย) และเปิด Verify it’s you before paying เพื่อเปิดต่อไปยัง “Confirm with Voice Match” ระบบจะให้เราพูดประโยคบางประโยค 2-3 ครั้ง  เพื่อให้ Google Assistant สามารถจดจำเสียงของผู้ใช้ และควบคุมการจ่ายเงินด้วยเสียงได้ 

ไม่มีการยืนยันว่าจะเปิดตัวเมื่อไหร่ แต่สื่อต่างประเทศหลายสำนักคาดการณ์ Google อาจจะพูดถึงฟีเจอร์นี้ในวันเปิดตัว Android 11 เวอร์ชันเบต้าวันที่ 3 มิถุนายนที่จะถึงนี้
ที่มา : www.xda-developers.com

Apple ซื้อกิจการสตาร์ทอัพ ดึงบุคลากร และเทคโนโลยีช่วยเสริมความฉลาดให้ “Siri”

Apple เข้าซื้อกิจการบริษัท ‘Inductiv’ เพื่อนำเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial intelligence (AI) ของบริษัทดังกล่าวมาต่อยอดพัฒนาให้กับซอฟต์แวร์ “Siri” หรือผู้ช่วย AI ที่เรารู้จักกันดีอยู่แล้ว

บริษัท ‘Inductiv’ ถือว่าเป็นสตาร์ทอัพที่ก่อตั้งโดยศาสตราจารย์คนหนึ่งแห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด โดยบริษัทนี้มีการพัฒนาเทคโนโลยี Artificial intelligence ที่ช่วยเก็บรวบรวมและตรวจสอบความข้อมูล โดยมันสามารถที่จะเรียนรู้ได้ว่าข้อมูลใดที่สำคัญ และข้อมูลใดที่ผิดพลาด หรือไม่มีประโยชน์ ซึ่งช่วยมนุษย์ได้ในเรื่องของการตรวจสอบข้อมูลที่ซับซ้อน รวมถึงซอร์สโค้ดของซอฟต์แวร์ เป็นต้น

Apple เข้าซื้อกิจการสตาร์ทอัพ ดึงเทคโนโลยีเอไอ และบุคคลากรช่วยเสริมศักยภาพ "Siri"


ภาพจาก https://9to5mac.com/2020/05/27/apple-acquires-machine-learning-startup-inductiv-inc-to-improve-siri-data/

โดยการซื้อบริษัทเทคโนโลยีเล็กๆ ถือว่าเป็นเรื่องปกติของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ซึ่งทาง Apple เองก็ไม่ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะซื้อมาเพื่อทำอะไร แต่รายงานของ ‘9to5mac‘ ระบุว่า ตอนนี้วิศวกรจาก Inductiv ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมพัฒนาโปรเจ็คต่างๆ ใน Apple เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งได้ดูแลในส่วนของโปรเจ็ค Siri, Machine learning, และเรื่องของวิทยาศาสตร์ข้อมูล

ขณะที่รายงานของ ‘Engadget‘ ระบุว่า Apple จะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มศักยภาพของ Siri โดยจะเพิ่มเรื่องของเสียงพูดให้เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น รวมถึงเพิ่มความสามารถในการคัดกรองข้อมูล ช่วยให้ซอฟต์แวร์ Siri ไม่จดจำข้อมูลผิดๆ และเกิดความสับสน หรือก็คือให้ Siri มีข้อมูลให้ผู้ใช้ได้แม่นยำมากขึ้น

ช่วงหลังๆ มานี้แนวทางของ Apple มักให้ความสนใจเกี่ยวกับการพัฒนา Siri อยู่เรื่อยๆ ก่อนหน้านี้ก็มีการซื้อตัวหัวหน้าทีมฝ่ายพัฒนา AI ของ Google มาแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่าเรื่องเทคโนโลยี AI Assistant เดี๋ยวนี้มีการพัฒนามากขึ้นอย่างมาก เช่น Google Assistant หรือ Alexa ของ Amazon ซึ่ง Apple ก็น่าจะมีเป้าหมายที่จะพัฒนา Siri ให้ทัดเทียมกับคู่แข่งให้ได้นั่นเอง
ที่มา : 9to5mac.com , www.engadget.com

เปิดตัว Messenger Room ห้องวิดีโอแชทแบบกลุ่มจาก Facebook

เชื่อว่าทุกคนน่าจะคุ้นเคยกับ Facebook Messenger หรือการแชทผ่าน Facebook เป็นอย่างดี ล่าสุด ทาง Facebook ประกาศเปิดตัว Messenger Room วิดีโอแชทแบบกลุ่มอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว

โดย Messenger มีจุดเด่นที่การใช้งานวิดีโอแชทเพื่อการประชุมเป็นกลุ่มได้สูงสุดถึง 50 คน ใช้งานได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือแบบไม่จำกัดเวลา แม้แต่สมาชิกที่ไม่มีแอคเคาท์ Facebook ก็ยังเข้าร่วมด้วยได้ สามารถตั้งค่า Privacy เลือกประชุมแบบสาธารณะหรือจำกัดเฉพาะบุคคล ถ้าเกิดเหตุการณ์ผู้ไม่หวังดีหือไม่เกี่ยวข้องเข้าร่วม สามารถเลือกสมาชิกที่ต้องการให้เข้าร่วมและลบสมาชิกคนอื่นๆ ออกไปได้ และจัดการล็อคห้องแชทได้เสร็จสรรพ

เปิดตัว Messenger Room ห้องวิดีโอแชทแบบกลุ่มจาก Facebook

นอกจากนี้ ยังสามารถแชร์ลิงค์ห้องแชทไปยังหน้า News Feed เพื่อเชิญชวนคนอื่นๆ ให้เข้าร่วมได้ หรือใครที่อยากได้ลูกเล่นระหว่างแชท ก็มีฟีเจอร์การเปลี่ยนพื้นหลังแบบในแอป Zoom ซึ่งทาง Facebook อัปเดตความคืบหน้าว่ากำลังอยู่ในช่วงเพิ่มเติมคุณสมบัติใหม่ๆ เพื่อให้ได้ฟีเจอร์การแชทผ่านวิดีโอที่สมบูรณ์ที่สุด ส่วนใครที่อยากใช้งาน Messenger Room อย่าลืมอัปเดตแอป Facebook และ Messenger ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด และใช้แอป Messenger Desktop สำหรับคอมพิวเตอร์ในระบบ Windows และ macOS

ผู้ใช้ Facebook ในสหรัฐฯ สร้างสติ๊กเกอร์อวตารเลียนแบบตัวเองได้แล้ว

วันนี้ (14 พ.ค.63) ผู้ใช้ Facebook ในสหรัฐอเมริกาสามารถสร้างสติ๊กเกอร์ตัวการ์ตูนอวตารของตัวเองได้แล้ว เพื่อเอาไปใช้ ตั้งเป็นรูปโปรไฟล์ หรือโพสต์ใต้คอมเมนต์  รวมถึงในแชท Messenger ซึ่งตัวการ์ตูนเหล่านี้สามารถปรับแต่งได้ทั้งทรงผม สีผิว เสื้อผ้า ให้เหมาะกับคาแรคเตอร์ของผูใช้ 

ผู้ใช้ Facebook ในสหรัฐฯ สร้างสติ๊กเกอร์อวตารเลียนแบบตัวเองได้แล้ว

แน่นอนว่าก่อนหน้านี้ Snapchat ก็มี Bitmoji เอาไว้สร้างตัวการ์ตูนอวตารได้เช่นกัน ซึ่งเป็นแอปแยกออกมาจาก Snapchat อีกที แต่ในส่วนของ Facebook จะใส่ฟีเจอร์นี้ลงไปในแอปเลย ซึ่งจะอยู่ในเมนูสติ๊กเกอร์ และมีปุ่มให้กด “Make Your Avatar” โดยที่ทุกคนสามารถสร้างและเซฟเก็บไว้ใช้เมื่อไหร่ก็ได้ตามต้องการ

น่าเสียดายไม่น้อยที่บ้านเรายังใช้ฟีเจอร์นี้กันไม่ได้ ซึ่งทาง Facebook ก็ยังไม่มีการประกาศออกมาว่าจะปล่อยให้ประเทศอื่นได้ใช้เมื่อไหร่ แต่บางประเทศในยุโรปก็เริ่มใช้กันได้แล้ว ดังนั้นเราคงต้องรอไปก่อน

Google Lens อัปเดตฟีเจอร์ใหม่ สแกน อ่านออกเสียงข้อความ และ copy ลายมือลงคอมพิวเตอร์ได้

นอกจาก Google Lens จะทำหน้าที่แปลภาษา ช่วยค้นหาข้อมูล สแกน QR Code ได้ ล่าสุด มีฟีเจอร์ใหม่ที่จะทำให้ต้องอึ้ง ทึ่งกันเลยทีเดียว กับการอ่านออกเสียงข้อความที่สแกนไว้ และการ Copy ข้อความไปยังคอมพิวเตอร์อย่างง่ายดาย

Google Lens อัปเดตฟีเจอร์ใหม่ สแกน อ่านออกเสียงข้อความ และ copy ลายมือลงคอมพิวเตอร์ได้

หากใครสแกนเอกสารด้วย Google Lens เป็นประจำ นอกจากการลากคลุมเพื่อค้นหาต่อหรือ Copy แล้ว ยังมีปุ่มใหม่อย่าง Listen เพื่อให้ระบบอ่านข้อความออกเสียง เหมาะกับผู้ที่ต้องการคำอ่านที่สงสัย หรือฝึกออกเสียงให้คล้ายกับเจ้าของภาษา ใช้ได้ทั้งกับคำศัพท์ ประโยคและย่อหน้าบทความ

นอกจากนี้ ความสามารถของ Google Lens ไม่จำกัดแค่ข้อความเท่านั้น แต่ยังสามารถประมวลผลลายมือ และย้ายข้อมูลลายมือไปยังคอมพิวเตอร์ได้ ผ่านเบราเซอร์ Chrome ที่ลงทะเบียนไว้ และยังค้นหาข้อมูลผ่านการถ่ายภาพด้วย Google Lens และกดค้นหาเพียงครั้งเดียว

แต่น่าเสียดายที่ฟีเจอร์นี้ของ Google Lens มีเฉพาะในเวอร์ชัน Android เท่านั้น แต่ใน iOS ก็คงต้องรอไปก่อน แต่คาดว่าอีกไม่นานเกินรอแน่นอน
ที่มา : www.gsmarena.com , www.androidpolice.com

AIS แจก “ฟรี” Youtube Premium ให้ผู้ใช้บริการเอไอเอสรายเดือนนานสูงสุด 6 เดือน

AIS ร่วมกับ Youtube ประกาศแจก Youtube Premium ฟรีให้ผู้ใช้บริการเอไอเอสรายเดือน นานสูงสุด 6 เดือน เพื่อลดความเครียดจากพิษโควิด-19

สำหรับ Youtube Premium คือบริการแบบสมัครสมาชิก ที่ให้ผู้ใช้รับชมวิดีโอบน Youtube โดยไม่มีโฆษณาคั่น สามารถเล่นวิดีโอในพื้นหลังบนมือถือได้ (หรือระหว่างปิดหน้าจอ) และดาวน์โหลดเก็บไว้ดูแบบออฟไลน์ได้ ซึ่งบริการนี้ยังรวมถึงการใช้ฟรี Youtube Music ได้เช่นกัน ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่ใช้สำหรับฟังเพลงบนยูทูป

AIS กล่าวว่าจะมอบสิทธิ์ให้ผู้ใช้บริการรายเดือนที่มีอยู่ในปัจจุบัน 7 ล้านราย ให้สามารถรับสิทธิ์ได้ง่ายๆ เพียงกด *656*1# โทรออก และรอรับ SMS แจ้งขั้นตอนการสมัคร และทำตามขั้นตอน โดยผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับประกอบไปด้วย

  • ลูกค้าเอไอเอสรายเดือนที่ใช้แพ็กเกจตั้งแต่ 699 บาท ขึ้นไป รับ Youtube Premium ฟรี 6 เดือน 
  • ลูกค้าเอไอเอสรายเดือนที่ใช้แพ็กเกจต่ำกว่า 699 บาท ลงไป รับ Youtube Premium ฟรี 3 เดือน 

แต่คนอื่นอย่าเพิ่งเสียใจ เพราะ AIS มอบโอกาสให้สิทธิ์เพิ่มกับลูกค้าที่เปิดเบอร์ใหม่ หรือย้ายค่ายเป็นแพ็กเกจรายเดือน สามารถรับ Youtube Premium ฟรี นาน 6 เดือนได้อีกด้วย เมื่อสมัครแพ็กเกจ NEXT G MAX SPEED ตั้งแต่ 699 บาทขึ้นไป

AIS แจก "ฟรี" Youtube Premium ให้ผู้ใช้บริการเอไอเอสรายเดือนนานสูงสุด 6 เดือน

ดังนั้นถ้าตอนนี้ใครสนใจอยากลองก็สามารถไปกดสมัคร และดู Youtube ได้แบบไม่มีอะไรมากวนใจกันได้เลย อย่างไรก็ตาม AIS มีการระบุบนเว็บไซต์ด้วยว่าผู้ได้รับสิทธิ์ต้องเป็นผู้ที่ไม่เคยทดลองใช้ฟรี และการใช้งาน YouTube Premium, YouTube Music Premium, Google Play Music และ YouTube Red ในระยะเวลาย้อนหลัง 12 เดือนมาก่อน รวมถึงสิทธิ์จากโครงการอื่นๆ ก่อนหน้านี้