Dell ประกาศเพิ่ม 2 ฟีเจอร์ใหม่ใน Mobile Connect สำหรับผู้ใช้ iOS

ในปี 2018 Dell ได้ปล่อยแอปพลิเคชัน Mobile Connect ออกมาให้คุณสามารถ เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ของ Dell เข้ากับสมาร์ทโฟน ทั้งระบบปฏิบัติการณ์ Android และ iOS เพื่อให้สามารถรับสาย, ตอบข้อความ หรือรับการแจ้งเตือนในสมาร์ทโฟนของคุณจากคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง

ซึ่งเมื่อต้นปีนี้ทางบริษัท Dell ก็ได้ออกมาแถลงว่าจะ อัพเดทฟีเจอร์ ในแอปพลิเคชัน Mobile Connect เพิ่มเติมในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคมเป็นต้นไป) ให้สามารถ ถ่ายโอนข้อมูล รูปภาพและวิดีโอจากแอปพลิเคชัน Mobile Connect นี้ไปยังคอมพิวเตอร์ได้แบบ Wireless และจะเพิ่มฟีเจอร์ให้ผู้ใช้สามารถ ใช้งานแอปพลิเคชันอื่นๆ ขณะเปิดใช้งาน Mobile Connect ได้ในเวลาเดียวกันสำหรับในระบบปฏิบัติการณ์ iOS (โดยก่อนหน้านี้ฟีเจอร์นี้รองรับเฉพาะแค่ใน Android เท่านั้น)

Dell ประกาศเพิ่ม 2 ฟีเจอร์ใหม่ใน Mobile Connect สำหรับผู้ใช้ iOS

ภาพจาก : https://www.microsoft.com/sl-si/p/dell-mobile-connect/9nx51w9gbs5t?activetab=pivot:overviewtab

ทาง Dell ระบุว่าการเชื่อมต่อระบบ iOS นั้นจะสามารถ ทำงานร่วมกับ XPS, Inspiron, Vostro, Alienware และคอมพิวเตอร์ G Series ที่เปิดตัวตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2018 เป็นต้นไป แต่สำหรับแลปทอปอย่าง Dell Latitude นั้นยัง ไม่ได้มีการประกาศ ว่าจะสามารถใช้งานฟีเจอร์ใหม่ของแอปพลิเคชัน Mobile Connect นี้ได้หรือไม่แต่อย่างใด
ที่มา : www.theverge.com , appleinsider.com , www.iphonehacks.com

Samsung Galaxy S20 จะเพิ่มรุ่น S20 Ultra เข้ามาด้วยหน้าจอที่ใหญ่กว่า

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือออกมาแล้วว่าสมาร์ทโฟน Galaxy S series รุ่นถัดไปของทางซัมซุงจะไม่ใช้ชื่อ Galaxy S11 แต่จะเปลี่ยนเป็น Galaxy S20 แทนเหมือนกับการนับรุ่นของทางหัวเว่ย (และเพื่อให้เข้ากับปี 2020) และล่าสุดก็มีข่าวลือออกมาอีกว่า สมาร์ทโฟนเรือธงที่กำลังจะเปิดตัวใหม่นี้ จะมีรุ่น Galaxy S20 Ultra เพิ่มขึ้นมาจาก S20 และ S20+

Harmless Karl@HarmlessKarl

Hmmmmmmmmmm
S20? S20+? S20 Ultra?

View image on Twitter

9518:37 PM – Dec 30, 2019Twitter Ads info and privacy158 people are talking about this

ซึ่งข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้ถูกยืนยันความถูกต้อง แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจที่ทางซัมซุงจะเปลี่ยนไลน์อัพสินค้า โดยอาจจะไม่มี Galaxy S20e ที่เป็นรุ่น Lite (เรือธงรุ่นประหยัด) แล้ว และเริ่มต้นด้วย Galaxy S20 ที่มีหน้าจอขนาด 6.2 นิ้ว ตามด้วย S20+ ที่หน้าจอขนาด 6.7 นิ้ว และต่อด้วยรุ่นใหม่ตามข่าวลือ S20 Ultra ที่มีหน้าจอใหญ่ขึ้นมาเป็น 6.9 นิ้ว (เหมือนกับทางแอปเปิ้ลที่เริ่มต้นด้วย iPhone 11, 11 Pro และ 11 Pro Max)

อย่างไรก็ตาม นอกจากเรื่องของขนาดหน้าจอแล้ว ยังไม่มีข้อมูลอื่นๆ ว่า Galaxy S20 Ultra จะมีความแตกต่างอื่นๆ จากอีก 2 รุ่นหรือไม่? อาจจะเป็นกล้องที่มีฟังก์ชั่นมากกว่า หน้าจอที่มีความละเอียดกว่า หรือชิปเซ็ตล่าสุดที่รองรับ 5G ก็เป็นได้


ถ้าอิงจากข่าวลือเรื่องที่ Samsung Galaxy S อาจจะรวมกับ Note ในปี 2020 ก็อาจมีความเป็นไปได้เช่นกันว่า Galaxy S20 Ultra ที่มีจอใหญ่กว่ารุ่น S20+ เล็กน้อย อาจจะมาพร้อมปากกา S-Pen แทนรุ่น Note แล้วช่วงปลายปีก็ไปออก Galaxy Fold แทน
ที่มา : www.gizmochina.com , www.gizmochina.com

iPhone XR ครองอันดับ 1 สมาร์ทโฟนขายดี! แม้จะมี iPhone 11 มาแทนที่ก็ตาม

Counterpoint Research เผยผลสำรวจ 10 อันดับส่วนแบ่งการตลาดของสมาร์ทโฟนยอดนิยมในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2019 ออกมา ซึ่งผลปรากฏว่า iPhone XR เป็นสมาร์ทโฟนที่ครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดของไตรมาสที่ผ่านมา

iPhone XR ครองอันดับ 1 สมาร์ทโฟนขายดี! แม้จะมี iPhone 11 มาแทนที่ก็ตาม


กราฟส่วนแบ่งการตลาด 10 อันดับสมาร์ทโฟน
ยอดนิยมในไตรมาสที่ 3 2019

iPhone XR ครองแชมป์ตั้งแต่ปลาย 2018 ยัน 2019

โดย iPhone XR ออกมาครั้งแรกเมื่อปี 2018 และก็กลายเป็นโมเดลของ iPhone ที่ขายดีที่สุดในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2018 (และเป็นรุ่นที่เริ่มทำให้ผู้ใช้งานแอนดรอยด์ส่วนหนึ่ง ตัดสินใจย้ายค่ายมาแอปเปิ้ล) ซึ่งจากผลสำรวจล่าสุดนี้ iPhone XR ก็ยังเป็นสมาร์ทโฟนที่ครองส่วนแบ่งฯ สูงที่สุดอยู่ดี แม้จะมี iPhone 11 มาแทนที่แล้วก็ตาม ซึ่งเหตุผลก็อาจเป็นเพราะราคาที่หั่นลงจากที่มีรุ่นใหม่ออก ทำให้ iPhone XR ที่มีราคาเริ่มต้น 29,900 บาท เหลือเพียง 21,900 บาทเท่านั้น แต่สเปคใช้งานก็ยังไม่จัดว่าเก่าเกินไป

มือถือรุ่นประหยัดครองตลาด

ความน่าสนใจก็คือ สมาร์ทโฟนแทบทั้งหมดใน 10 อันดับไม่มีรุ่นท็อปหรือเรือธงอยู่เลย ที่ยืนแท่นมีกลุ่มของ Samsung Galaxy ตระกูล A, Oppo ตระกูล A หรือ Redmi 7A ที่มีราคาต่ำกว่า 10,000 บาททั้งสิ้น ตรงนี้สะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มผู้ใช้สมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ในปัจจุบันคำนึงถึงราคา ความคุ้มค่า มากกว่าฟีเจอร์เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มักจะมีให้บนมือถือเรือธงเท่านั้น (ซึ่งในกรณีของ iPhone XR และ iPhone 11 ก็เช่นกันที่สาวกเลือกที่ราคามากกว่าเลนส์ซูม วัสดุที่ดีกว่าหรือหน้าจอที่คมชัดกว่า)ความในใจผู้เขียน   

ทำไม Huawei P30 ถึงติดโผ?

ส่วน Huawei P30 ที่ดูเหมือนไม่เข้าพวกด้วยสเปคกล้องเรือธง (ที่อาจจะด้อยกว่ารุ่นโปรหน่อย) จริงๆ แล้วก็มีเหตุผลเดียวกับ iPhone XR ที่มาติดอันดับท็อป 10 ได้ ก็เป็นเพราะราคาที่หั่นลง จากเปิดตัว 21,990 บาท ลงมาเหลือเพียง 15,990 บาทเท่านั้น ทำให้กลายเป็นที่นิยมในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา
(ซึ่งในอนาคต อาจจะไม่ได้เห็นสมาร์ทโฟนหัวเว่ยติดโผสากลแล้วก็เป็นได้ เนื่องจากมือถือรุ่นใหม่ๆ ของหัวเว่ยไม่สามารถใช้ Google Mobile Services ได้ และ Huawei Mobile Services ก็ยังไม่พร้อมที่จะเปิดตลาดใหม่)

มือถือเรือธงสเปค+ราคาเกินพอดี

จริงๆ แล้วอาจจะไม่ใช่เรื่องราคาที่เข้าถึงง่ายเพียงอย่างเดียวที่ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดเทไปทางสมาร์ทโฟนมิดเรนจ์ แต่อาจจะมีเรื่องของปัจจัยอื่นๆ ด้วย อย่างเช่น เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกินจำเป็นต่อการใช้งานทั่วๆ ไป ตอบสนองการใช้งานกับผู้ใช้งานเฉพาะกลุ่ม (เช่น มือถือจอพับได้) และทำให้มือถือเรือธงมีราคาสูงกว่าที่ควรจะเป็นก็เป็นได้ สมาร์ทโฟนรุ่นประหยัดที่มีรุ่นให้เลือกมากกว่าพร้อมเสนอฟีเจอร์บางส่วนให้เพียงพอต่อการใช้งาน จึงตอบโจทย์คนหมู่มากก็เป็นได้
ที่มา : www.counterpointresearch.com , www.phonearena.com

Xiaomi โพสต์คลิป Mi Watch Color สมาร์ทวอชหน้าปัดกลม ทางเลือกคนไม่ชอบหน้าปัดเหลี่ยม

เมื่อช่วงปลายปี 2019 ทาง Xiaomi ได้เปิดตัว Mi Watch รุ่นแรกของทางค่ายด้วยหน้าปัดทรงสี่เหลี่ยมที่หน้าตาคุ้นตลาด มาล่าสุดทางแบรนด์ได้ปล่อยทีเซอร์ Mi Watch Color สมาร์ทวอชอีกรุ่นที่เป็นหน้าปัดทรงกลมพร้อมจำหน่ายในปี 2020 นี้

สำหรับคนที่ไม่ชอบหน้าปัดสี่เหลี่ยม แน่นอนว่า Xiaomi Mi Watch Color จะเป็นอีกตัวเลือกของแฟนๆ ในปีนี้ ที่มีหน้าปัดดีไซน์ทรงกลมมาให้เลือกใช้งาน

โดยในคลิปสั้นๆ นี้ ยังไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลอะไรมาก จากที่เห็นคือ เราจะได้ใช้สมาร์ทวอชหน้าปัดกลม ที่มี 2 ปุ่มใช้งานอยู่ด้านขวาของหน้าปัด พร้อมสายนาฬิกาหลากสีที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ และขอบเฟรมหน้าปัดคาดว่าจะมีให้เลือกทั้งสีดำ สีทอง และสีเงิน

ส่วนซอฟต์แวร์ที่ใช้ ก็คาดว่าอาจจะเป็น WearOS เช่นเดียวกับ Mi Watch ส่วนฟีเจอร์ก็น่าจะมีทั้ง การติดตามการออกกำลังกาย วัดอัตราการเต้นของหัวใจ แจ้งเตือนจากมือถือ และติดตามการนอนหลับ

  

สุดท้าย มีข้อมูลสเปคคร่าวๆ ของ Mi Watch Color ของกล้องแพ็คเกจที่หลุดออกมา เผยให้ทราบว่า Mi Watch Color มีหน้าปัด AMOLED ขนาด 1.39 นิ้ว ความละเอียด 454 x 454 พิกเซล พร้อมแบตเตอรี่ 420 mAh ที่สามารถอยู่ได้นานถึง 14 วัน สามารถกันน้ำลึกได้ถึง 50 เมตร รองรับการใช้งานทั้ง NFC และ GPS

อย่างไรก็ตาม เรายังไม่ทราบถึงราคาของ Mi Watch Color รวมทั้งจะวางจำหน่ายในต่างประเทศรึเปล่า? ส่วนในประเทศจีน จะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 3 มกราคมนี้
ที่มา : www.techradar.com , www.gsmarena.com

Realme ฝังโฆษณาลงมือถือ พร้อมแนะนำวิธีปิดให้!

มีสมาร์ทโฟนหลายๆ แบรนด์ในตลาดที่จัดสเปคสูงๆ มาให้เกินค่าตัวที่ผู้ใช้มือถือจะต้องจ่าย ซึ่ง Realme ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่วางตัวเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนราคาประหยัด และโมเดลธุรกิจก็ไม่ได้เข้าใจยากเลย เพราะส่วนต่างของราคาที่เราไม่ต้องเสียนั้น มาจากโฆษณาที่ถูกฝังไว้ในมือถือนั่นเอง

โดยสมาร์ทโฟน Realme ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ ColorOS 6 ขึ้นไปจะมีพื้นที่หนึ่ง (หรือสอง) ของมือถือที่เป็นพื้นที่แสดงผลโฆษณาที่เรียกว่า Recommendations รูปแบบของเนื้อหาโฆษณาก็จะเป็นการแนะนำตั้งแต่แอปฯ เกมฮิต แอปฯ ต่างๆ ไปจนถึงเว็บไซต์ขายของ โดยจะแสดงผลอยู่ในหน้า Phone Manager และ Security Check

จริงๆ แล้วการฝังโฆษณาบนมือถือที่เราต้องจ่ายเงินซื้อมา ก็ดูเป็นการล่วงล้ำพื้นที่ส่วนตัวอยู่พอสมควรเหมือนกัน เมื่อเทียบกับพื้นที่โฆษณาอื่นๆ (แต่ก็เป็นโมเดลสมาร์ทโฟนราคาประหยัดที่ผู้ใช้งานต้องยอมรับแต่โดยดี) ทั้งนี้ทั้งนั้น แม้ทาง Realme จะยัดโฆษณาเข้ามาในระบบปฏิบัติการให้กับผู้ใช้อย่างไม่เต็มใจ แต่ทางแบรนด์ก็ได้ออกมาแนะนำถึงวิธีปิดโฆษณาดังกล่าวบนเว็บไซต์คอมมูนิตี้ให้เป็นของขวัญส่งท้ายปี โดยมีขั้นตอนดังนี้

Realme ฝังโฆษณาลงมือถือ พร้อมแนะนำวิธีปิดให้!?
  • ไปที่ Settings > Additional Settings
  • เลือก Get Recommendations
  • ปิดฟีเจอร์เมนูดังกล่าว เพื่อไม่รับแอปฯ และเนื้อหาแนะนำ

เอาจริงๆ แล้วพื้นที่ที่ทางค่ายเลือกให้แสดงผลโฆษณาก็ดูไม่ใจร้ายสักเท่าไหร่นัก ถ้าใครไม่เดือดร้อนก็เปิดเอาไว้ ถือเป็นการสนับสนุนทางค่ายให้ทำสมาร์ทโฟนราคาถูกสเปคดีๆ ออกมาจำหน่ายอีก แต่ถ้าใครรู้สึกว่าไม่อยากเห็นโฆษณาดังกล่าว ก็ไปปิดได้ตามที่ทางค่ายแนะนำเลย
ที่มา : c.realme.com , www.talkandroid.com