สุดยอดอาหารที่จะช่วยเผาผลาญไขมันเพื่อการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว

อาหารที่มีประสิทธิภาพในการเผาผลาญไขมัน อย่างชาเขียว มะนาว น้ำผึ้ง และน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์ จะทำงานควบคู่และผสมผสานไปกับการเลือกรับประทานและการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ทำให้คุณสามารถลดน้ำหนักได้ตามที่ใจหวัง สำหรับอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนช่วยในการเผาผลาญไขมันจะเข้าไปลดการดูดซึมไขมันและช่วยให้ร่างกายได้มีการเผาผลาญแคลอรี่มากขึ้น และต่อไปนี้คือรายการสุดยอดอาหารและเครื่องดื่มที่จะช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้อย่างง่ายดาย

มะนาวและน้ำผึ้ง การดื่มน้ำอุ่นที่ผสมน้ำมะนาวและน้ำผึ้งในขณะที่ท้องว่างจะช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งจะทำให้คุณสามารถลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็ว

ชาเขียว เป็นเครื่องดื่มที่สามารถช่วยในการเผาผลาญไขมันและช่วยในการสลายน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของคุณ เพียงแค่แช่ใบชาเขียวลงในน้ำเดือด และเติมน้ำมะนาวลงไปเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติ จากนั้นก็ดื่มในตอนเช้าขณะที่ท้องว่าง นั่นจะเป็นการเร่งให้ระบบเผาผลาญไขมันทำงานได้ดียิ่งขึ้น

น้ำมะนาว จัดว่าเป็นเครื่องดื่มที่มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมในการช่วยลดน้ำหนัก ในน้ำมะนาวจะมีกรด Citrus ซึ่งจะช่วยสลายแคลอรี่และไขมันในร่างกาย ดังนั้นจึงควรดื่มน้ำมะนาวหรือน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเป็นประจำ

ซินนามอน เป็นยาอายุวัฒนะชั้นดีที่ใช้ต่อสู้กับโรคอ้วนและช่วยในการลดน้ำหนัก คุณจึงควรเพิ่มผงซินนามอนลงในน้ำอุ่น จากนั้นเติมน้ำมะนาวหรือน้ำผึ้งเพื่อเพิ่มรสชาติได้ และหมั่นดื่มเครื่องดื่มชนิดนี้ในขณะที่ท้องว่าง เพื่อช่วยในการเผาผลาญไขมันในร่างกาย

พริกคาเยน ในพริกคาเยนจะมีสารแคปไซซิน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพ เพราะสามารถช่วยในการเผาผลาญไขมันในร่างกายได้เป็นอย่างดี

พริกไทยดำ ในพริกไทยดำมีสารประกอบที่เรียกว่า Piperin ซึ่งมีคุณสมบัติในการลดไขมัน จึงทำให้เป็นตัวช่วยสำคัญในการลดน้ำหนักของคุณ

น้ำว่านหางจระเข้ น้ำสมุนไพรสามัญประจำบ้านชนิดนี้สามารถในการลดน้ำหนักและกระตุ้นระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกายของคุณได้

น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์ เป็นแหล่งอุดมไปด้วยกรดอะซิติกชั้นดีที่มีคุณสมบัติในการป้องกันโรคอ้วนและส่งเสริมการลดน้ำหนักของคุณได้

กระเป๋าแบรนด์ดัง มีอะไรบ้าง ? มาดู…

15 กระเป๋าแบรนด์เนมที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก มาดูซิว่า แต่ละแบรนด์เนี่ยเขามีเอกลักษณ์ตรงไหน แล้วมีที่มาที่ไปยังไงบ้าง ส่วนจะมียี่ห้อลูกรักของทุกคนรวมอยู่ด้วยรึเปล่านั้น ตามเราไปดูกันเลยค่ะ ^^
1. Hermès

แบรนด์ดังสัญชาติฝรั่งเศสที่ก่อตั้งโดย เธียร์รี่ แอร์เมส (Thierry Hermes) ตั้งแต่ปี 1837 เริ่มต้นจากธุรกิจผลิตอานม้าให้กับชนชั้นสูง จนทายาทรุ่นถัดมาได้เริ่มผลิตรองเท้าแตะ ผ้าพันคอ และกระเป๋าเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ด้วยมาตรฐานการผลิตที่พิถีพิถัน ตั้งแต่การคัดเลือกวัสดุ การอบรมช่างฝีมือให้อยู่ในระดับผู้เชี่ยวชาญ ทุ่มเทตัดเย็บกระเป๋าด้วยมือเองทุกชิ้น ทั้งยังต้องตรวจเช็กให้มั่นใจว่า สินค้าที่ผลิตนั้นเนี้ยบขั้นเทพ ห้ามมีรอยตำหนิแม้แต่รอยเดียว ทำให้ชื่อเสียงในเรื่องคุณภาพของแอร์เมสไม่เคยตกต่ำลงเลยแม้จะผ่านมายาวนานกว่า 180 ปี และก้าวขึ้นเป็นแบรนด์กระเป๋าระดับเวิลด์คลาสที่สาว ๆ ทั่วโลกหมายปอง ด้วยราคาสมเหตุสมผล เริ่มต้นที่ 16,000-650,000 บาท

2. Michael Kors

จากการนำของดีไซเนอร์ชาวอเมริกัน ไมเคิล คอร์ส (Michael Kors) ก่อตั้งเป็นแบรนด์แฟชั่นระดับ High-Street เมื่อปี 1981 ที่โดดเด่นด้วยฝีมือการตัดเย็บอันเป็นเอกลักษณ์ เน้นความทันสมัย ความสวยงามเหนือกาลเวลา ผสมผสานแนวสปอร์ตเล็ก ๆ แต่ก็ยังดูคลาสสิก ทำให้กระเป๋าของไมเคิลนั้นเข้าถึงกลุ่มลูกค้าตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงไฮโซเซเลบ และยกระดับเติบโตเป็นแบรนด์หรูระดับโลก ที่ทุกคนจับต้องได้ในปัจจุบัน เห็นได้จากการขยายสาขา กระจายร้านค้าอยู่ทั่วทุกมุมโลก ด้วยเรตราคาเริ่มต้นเบา ๆ ตั้งแต่ 2,000-600,000 บาท

3. Chanel

ย้อนกลับไปในยุค 1920 กาบริเอล โคโค่ ชาเนล (Gabrielle Coco Chanel) ต้องการผลิตกระเป๋าที่ผู้หญิงทุกคน สามารถถือไปไหนมาไหนได้อย่างถนัดมือ ดูกระฉับกระเฉงได้ไม่ต่างอะไรจากผู้ชาย จึงเกิดเป็นกระเป๋าผ้านวมพร้อมโซ่คล้องทรงเก๋ ที่ไม่ว่าจะเอาไปแมตช์กับชุดอะไรก็เข้ากัน จะถือเฉย ๆ ก็ดูเท่ จะคล้องสะพายไว้ก็สะดวกสบาย ทำให้เป็นกระเป๋ารุ่นฮิตที่ผู้หญิงทุกคนต้องมีแม้แต่ตอนนี้ และโด่งดังต่อยอดสู่แบรนด์แฟชั่นชั้นนำ ที่ยังคงไม่ทิ้งคอนเซ็ปต์ “หญิงสาวทุกคนต่างก็มีความสวยในแบบของตัวเอง อย่าปล่อยให้สังคมมาตีกรอบโลกแฟชั่นของเราได้” โดยราคากระเป๋าชาเนลเริ่มต้นอยู่ที่ 78,000-460,000 บาท

4. Burberry

ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1856 โดย โทมัส เบอร์เบอร์รี่ (Thomas Burberry) โด่งดังจากแฟชั่นเครื่องแต่งกาย ที่ทำมาจากผ้าเฉพาะของทางแบรนด์เองชื่อว่า กาบาร์ดีน (Gabardine) ซึ่งเป็นผ้าเนื้อดี ระบายอากาศยอดเยี่ยม แถมยังทนแดดทนฝน มาพร้อมกับกระเป๋าดีไซน์สวย ที่หยิบแพตเทิร์นลายตารางมาเล่น จนกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำที่ทุกคนติดตา และสามารถครอบครองได้ในราคา 15,000-320,000 บาท ปัจจุบันเบอร์เบอร์รี่ยังโด่งดังเรื่อง แว่นกันแดด เครื่องสำอาง และน้ำหอมอีกด้วย

5. Dior

แบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติฝรั่งเศส ที่จัดเป็นหนึ่งในแบรนด์ทำมือเก่าแก่ที่สุดของโลก ก่อตั้งขึ้นในปี 1946 โดย คริสเตียน ดิออร์ (Christian Dior) เน้นคอนเซ็ปต์นำเสนอความสวยงามแบบหญิงผู้ดี เปิดตัวกระเป๋าเป็นครั้งแรกกับรุ่น Lady Dior เมื่อปี 1994 ที่มาพร้อมกับรูปทรงสี่เหลี่ยม และดีไซน์ลวดลายแบบแคนเนจ (Cannage) เรียกว่าเรียบหรูดูดี เป็นความคลาสสิกที่เปิดกว้าง สามารถแต่งเติมลูกเล่นให้เข้ากับทุกสมัยได้ ทำให้กระเป๋าของดิออร์ยังคงมีชื่อเสียงโด่งดังอยู่ในปัจจุบัน ด้วยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 45,000-200,000 บาท

6. Louis Vuitton

เห็นตารางหมากรุก Damier และลายดอกไม้พร้อมอักษร LV ทีไร ยังไงก็ต้องนึกถึงแบรนด์กระเป๋าระดับโลกอย่าง หลุยส์ วิตตอง แน่นอน ซึ่งก็นับเป็นแพตเทิร์นสุดคลาสสิก และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่สามารถมิกซ์เป็นลวดลายเข้าได้กับกระเป๋าทุกรูปทรง แถมยังทำให้ดูหรูหราสไตล์ผู้ดี ไม่หวือหวาจนเกินไป ทำให้แบรนด์ที่มีจุดเริ่มต้นจากการผลิตกระเป๋าเดินทางธรรมดา ๆ กลายเป็นแบรนด์กระเป๋าแฟชั่นระดับโลกอย่างทุกวันนี้ พร้อมเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากหนังสัตว์คุณภาพดี และลวดลายมีหลากหลายทันสมัยมากขึ้น ในช่วงราคาเริ่มต้นที่ 35,000-200,000 บาท

7. Gucci

เริ่มต้นจากธุรกิจผลิตกระเป๋าเดินทางเช่นกัน แต่เปลี่ยนฝั่งมาเป็นสัญชาติอิตาเลียนก่อตั้งโดย กุชชิโอ กุชชี่ (Guccio Gucci) ในปี 1921 การันตีคุณภาพมูลค่ามหาศาลจากผู้ใช้ระดับ ราชินีเอลิซาเบธ ทำให้แบรนด์พร้อมโลโก้อักษร GG เก๋ ๆ กลายเป็นหนึ่งในตำนานของวงการแฟชั่นกระเป๋า ที่สาว ๆ ทั่วโลกหมายปองโดยเฉพาะรุ่น Jackie ในปัจจุบัน แม้จะมีการผสมผสานสไตล์อเมริกันเข้าไปด้วย เพื่อให้เข้าถึงสาว ๆ ยุคใหม่ขึ้น แต่ก็ยังคงมีความสวยงามแบบเก่าแก่แฝงเอาไว้อยู่ ส่วนราคาแลกกับงานฝีมือดี ๆ แล้วก็คุ้มแสนคุ้ม เริ่มต้นประมาณ 30,000-200,000 บาท

8. Givenchy

หนึ่งในแบรนด์ระดับโอต์ กูตูร์ ก่อตั้งโดยดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศส อูแบร์ เดอ จีวองชี (Hubert de Givenchy) เมื่อปี 1952 ที่ในอดีตจะผลิตแต่กระเป๋ารุ่น Limited Edition ออกแบบขึ้นโดยเฉพาะ สำหรับลูกค้าระดับราชวงศ์ผู้ดี มหาเศรษฐี และบุคคลที่มีชื่อเสียงในอดีตเท่านั้น กระทั่งตอนนี้กระเป๋าของจีวองชี เป็นที่นิยมจากชื่อเสียงที่แบรนด์สั่งสมมานานหลายปี กับดีไซน์น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ เน้นเครื่องหนังคุณภาพเยี่ยม โดยมีกระเป๋ารุ่น Horizon และ Antigona เป็นตัวชูโรง ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 65,000-176,000 บาท

9. Prada

เริ่มต้นจากร้านเครื่องหนังเล็ก ๆ ของ มาริโอ้ ปราดา (Mario Prada) แต่โด่งดังด้วยฝีมือรุ่นลูกรุ่นหลาน ที่นำเอาสินค้าเครื่องหนัง เริ่มจากกระเป๋าผู้หญิงมาปรับปรุง ออกแบบ ทำการตลาดตีกลุ่มลูกค้าชนชั้นสูง จนเพิ่มมูลค่าให้แบรนด์ตัวเองจนโด่งดังได้ในช่วงปี 1980 โดยปัจจุบันทางแบรนด์ยังคงคุณภาพตามคอนเซ็ปต์เดิมคือ ผสมผสานแนวคิดใหม่ให้เป็นแฟชั่นล้ำสมัย แต่ต้องไม่หวือหวาจนเสียความสง่างาม อันเป็นพื้นฐานของตัวเองไป ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม สาวไทยถึงหันมาถือกระเป๋าที่เรียกติดปากกันว่า “ป้าดา” กันมากขึ้นในปัจจุบัน ส่วนราคาเริ่มต้นก็ไม่มากไม่น้อยประมาณ 20,000-130,000 บาท

10. Balenciaga

ใครจะไปรู้ว่าแบรนด์ฮิตในหมู่วัยรุ่นไทยตอนนี้ จะเริ่มสร้างมาตั้งแต่ปี 1951 แถมกระเป๋ายังมีชื่อเสียงไม่ธรรมดา คุณภาพเข้าขั้นสตรีหมายเลขหนึ่ง แจ็คเกอลีน เคนเนดี้ (Jacqueline Kennedy) ก็เคยถือมาแล้ว แต่รุ่นที่โด่งดังและถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์เลยก็คือรุ่น The City ชื่อเล่นว่ากระเป๋ามอเตอร์ไซค์ ที่ถูกอกถูกใจสาว ๆ ทุกคน จน Balenciaga ตีตลาดแฟชั่นสตรีตได้อย่างรวดเร็ว ในปัจจุบัน จากการร่วมมือออกแบบของกลุ่มดีไซเนอร์หัวใหม่ จะเห็นได้ว่ากระเป๋าของแบรนด์มีลวดลายและรูปทรงหลากหลายมากยิ่งขึ้น ราคาก็ไม่แรงมากไป เริ่มต้นที่ประมาณ 21,000-120,000 บาท

11. Longchamp

แบรนด์กระเป๋าที่ฮิตไปทั่วฟ้าเมืองไทย และทุกคนเรียกติดปากว่าลองแชมป์ (แต่จริง ๆ ต้องอ่านว่าลอง-ฌอมป์) เริ่มต้นจากธุรกิจอุปกรณ์ยาสูบ จนถึงเครื่องหนังสำหรับผู้ชาย และสิ้นสุดที่กระเป๋าผู้หญิง เพราะเล็งเห็นว่ากำลังช้อปปิ้งของผู้หญิงนั้นมีมากกว่า โดยผสมผสานวัสดุไนออน ที่มีสัมผัสลื่น ทนไม้ทนมือ น้ำหนักเบา ถือได้ทุกสภาพอากาศ ไม่เปียกฝน ให้เข้ากับเสน่ห์เก่าแก่ยุคบุกเบิกด้วยหูจับทำจากหนังแท้ กลายเป็นกระเป๋ายอดนิยมรุ่น เลอ ปลิยาจ (Le Pliages) มีหลายขนาดหลายรูปแบบให้เลือกซื้อ เริ่มต้นที่ราคา 3,000-80,000 บาท

12. Chloé

เห็นเหล่าเซเลบหันมาถือใช้กันทั่วโลก โดยเฉพาะดาราวงการฮอลลีวูด ก็การันตีได้แล้วว่าแบรนด์สัญชาติฝรั่งเศสนี้ ไม่ได้มีดีแค่น้ำหอมเพียงเท่านั้น โดยมีรุ่น เดอะแพดดิงตัน (The Paddington) เป็นผู้บุกเบิกให้สินค้าไลน์กระเป๋าของแบรนด์ เป็นที่น่าสนใจมากขึ้น ด้วยรูปทรงขนาดถือเหมาะมือ คุณภาพสมราคา และดีไซน์แบบจะเท่ก็ได้ จะหวานก็ดี เข้าถึงผู้หญิงทุกเพศทุกวัย ทำให้กระเป๋าของ Chloé จัดเป็นเทรนด์ที่ค่อนข้างมาแรงมากในตอนนี้ สาว ๆ สามารถหาซื้อได้ในราคาเริ่มต้นที่ 24,000-78,000 บาท

13. Coach

เห็นชื่อก็นึกถึงกระเป๋าทันทีไม่ต้องสืบ กับแบรนด์ขึ้นห้างดังชั้นนำสัญชาติอเมริกัน เริ่มต้นจากธุรกิจครอบครัวที่มีช่างเย็บเพียง 6 คน ขยายสู่กิจการที่นำเอาวัสดุหนัง ชนิดเดียวกับถุงมือเบสบอสมาทำเป็นกระเป๋า ทำให้มีสัมผัสอ่อนนุ่ม ถือสบายมือ ยืดหยุ่นและมีความทนทานระดับดีเยี่ยม แถมยังซึมซับสีได้ดี จนสามารถออกแบบให้มีดีไซน์และโทนสีหลากหลาย เข้าถึงผู้หญิงครบถ้วนทุกวัย จน Coach กลายเป็นแบรนด์ชั้นนำที่สามารถเอื้อมถึงได้ในราคาเริ่มต้นที่ 2,500-50,000 บาท

14. Issay Miyake

เรียกว่า Issay Miyake คงไม่คุ้นหู แต่พอพูดถึงกระเป๋า Bao Bao ทุกคนคงร้องอ๋อกันไปเป็นแถบ ซึ่งกระเป๋ารุ่น Bao Bao ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่น โยชิยูกิ มิยามาเมะ (Yoshiyuki Miyamame) เน้นการใช้งานสะดวกสบาย พับเป็นรูปทรงต่าง ๆ ได้ วางไว้ตรงไหนก็ไม่เกะกะ มาพร้อมกับหน้าตาที่มีกิมมิกเฉพาะไม่เหมือนใคร ยากที่จะเลียนแบบได้เหมือน และยังคงเป็นกระเป๋าทรงฮิตไม่เคยตกกระแสอยู่ เพราะเหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ รวมถึงเริ่มนำวัสดุอื่น ๆ มาผลิตให้ไม่ซ้ำซากจำเจอีกด้วย ราคาก็น่ารักน่าคบหาเริ่มต้นประมาณ 6,500-38,000 บาท

15. Kate Spade

แบรนด์กระเป๋าจากอเมริกา ที่เจ้าของอย่าง แคทเธอรีน โนเอล โบรสแนแฮน (Katherine Noel Brosnahan) เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อกลางปี 2018 เริ่มต้นออกแบบกระเป๋าด้วยตัวเองและสามีตั้งแต่ปี 1993 เปิดตัวครั้งแรกมีเพียงกระเป๋า 6 รุ่น เน้นสไตล์เรียบง่าย ใช้ได้ทุกวันทุกโอกาส ผลิตโดยเนื้อผ้าและหนังคุณภาพดี วางขายในราคาที่ไม่แพง ทำให้สาว ๆ แห่กันซื้อกระเป๋า Kate Spade ใช้กันทั่วทั้งเมือง จนได้ต่อยอดแตกไลน์ไปทำกระเป๋าเดินทาง เครื่องประดับ แว่นตา รองเท้า กลายเป็นอีกหนึ่งแบรนด์แถวหน้าของวงการแฟชั่น โดยเพื่อน ๆ สามารถจับจองเป็นเจ้าของกระเป๋าคุณเคทได้ ในราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 3,000-16,000 บาท

ข้อมูลจาก : trendrr.net, fashionlady.in, savoirflair.com

บริษัทเล็ก ๆ ในญี่ปุ่นจำหน่ายหน้ากากเสมือนจริง คล้ายการจำลองใบหน้ามนุษย์

เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศรายงาน เรียล-เอฟ (REAL-f Co.) บริษัทขนาดเล็กที่มีพนักงานเพียง 5 คนในจังหวัดชิงะของญี่ปุ่น ผลิตกากทำมือราคา 3 แสนเยน หรือราว 87,000 บาท โดยหน้ากากเสมือนจริงนี้สามารถเก็บรายละเอียดริ้วรอยและสภาพผิวของใบหน้าต้นแบบได้อย่างสมจริง

นายโอซามุ คิตากาวะ วัย 60 ปีผู้ก่อตั้งบริษัทเรียล-เอฟ ใช้เวลากว่าสองปีในการคิดค้นและพัฒนากระบวนการผลิตหน้ากากเสมือนจริง โดยอาศัยเทคโนโลยีการวิเคราะห์ใบหน้าแบบสามมิติ เป็นเครื่องมือที่ช่วยทำให้ขั้นตอนการผลิตง่ายยิ่งขึ้น ก่อนเริ่มจำหน่ายผลงานชิ้นแรกเมื่อปี 2011

ปัจจุบันเรียล-เอฟมีคำสั่งซื้อราว 100 รายการในแต่ละปี ลูกค้าหลักมาจากกลุ่มธุรกิจบันเทิง ยานยนต์ เทคโนโลยี และการรักษาความปลอดภัยในญี่ปุ่น ซึ่งส่วนใหญ่นำหน้ากากไปใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยีการจดจำใบหน้า

อย่างไรก็ตามคิตากาวะ เปิดเผยว่ามีคำสั่งซื้อหน้ากากเสมือนจริงจากซาอุดิอาระเบียที่ต้องการทำหน้ากากของกษัตริย์และเจ้าชาย แต่ไม่มีการเปิดเผยถึงวัตถุประสงค์ในการใช้งานแต่อย่างใด

พร้อมกันนี้คิตากาวะกล่าวว่า เขาจะศึกษาลูกค้าที่มาสั่งทำหน้ากากเสมือนจริงนี้อย่างเข้มข้น และรอบครอบ เพื่อให้มั่นใจว่า ลูกค้าจำไม่นำหน้ากากเสมือนจริงนี้ไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย หรือก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และมุ่งเน้นการนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์อีกด้วย

เปิดลงทะเบียนแล้ววันนี้ 9 เส้นทางปั่นจักรยานกิจกรรม “Bike อุ่นไอรัก”

สำหรับสิงห์นักปั่นทั้งหลายเตรียมฝึกซ้อมกำลังขาไว้ให้ดี เพราะเร็วๆ นี้กำลังจะมีงานปั่นจักรยานครั้งใหญ่ระดับประเทศ นั่นคืองาน Bike อุ่นไอรัก หรือ “อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” ระหว่างวันที่ 9 ธันวาคม 2561-19 มกราคม 2562 กิจกรรมอุ่นไอรักคลายความหนาว เผย 9 เส้นทางปั่นจักรยาน “Bike อุ่นไอรัก” ของประชาชน 1 แสนคนวันที่ 9 ธ.ค.นี้ เปิดให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมปั่นจักรยานในกิจกรรม

รายละเอียดของเส้นทางการปั่นจักรยานครั้งนี้กันหน่อย

แผนที่เส้นทางปั่นจักรยานของประชาชน แบ่งเป็นจุดปั่นจักรยาน 9 จุด ตามเส้นทางเสด็จฯ และมีระยะทางปั่นจักรยานให้ประชาชนสามารถเลือกได้ โดยมีขบวนดังต่อไปนี้

1. ลานคนเมือง ระยะทาง 4.2 กิโลเมตร

เป็นขบวนปั่นจักรยานกลุ่มครอบครัว เริ่มต้นปั่น เวลา 08.00 น. โดยเป็นการปั่นจักรยานเพื่อเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในกรุงเทพฯ ซึ่งมี 4 จุดใหญ่ คือ

– เสาชิงช้า

– พระบรมมหาราชวัง

– ท่าราชวรดิษฐ์

– สวนสราญรมย์

โดยปั่นตามเส้นทางต่อไปนี้ ลานคนเมือง – อนุสาวรีย์ ปชต. – แยกผ่านพิภพลีลา – ศาลหลักเมือง – ถ.หน้าพระลาน – ถ.มหาราช – ถ.ท้ายวัง – แยก นรด. – ถ.เจริญกรุง – แยกอุณากรรณ – สวนรมณีนาถ

2. สนามม้านางเลิ้ง1 ระยะทาง 16.2 กิโลเมตร

เส้นทางตั้งแต่ สนามม้านางเลิ้ง – แยกมิสกวัน – แยกผ่านพิภพลีลา – แยก นรด. – แยก SAB – สะพานพระปกเกล้า – แยกบ้านแขก – ถ.อิสรภาพ – ถ.ท่าดินแดง – สะพานพุทธ – ถ.มหาราช – ถ.หน้าพระธาตุ – ถ.เจ้าฟ้า – ถ.ราชดำเนินกลาง – แยกผ่านฟ้า – ถ.นครสวรรค์ – สะพานเทวกรรมรังรักษ์ – สนามม้านางเลิ้ง

3. สนามม้านางเลิ้ง2 ระยะทาง 6.2 กิโลเมตร

เส้นทางตั้งแต่ สนามม้านางเลิ้ง – แยกผ่านพิภพลีลา – สะพานพระปิ่นเกล้า – แยกอรุณอมรินทร์ – สะพานพระราม 8 – แยกวิสุทธิกษัตริย์ – แยก จปร. – แยกมิสกวัน – สนามม้านางเลิ้ง

4. สนามหลวง ระยะทาง 11 กิโลเมตร

เส้นทางตั้งแต่ สนามหลวง – แยก นรด. – แยก SAB – สะพานพระปกเกล้า – แยกบ้านแขก – ถ.อิสรภาพ – ถ.ท่าดินแดง – สะพานพุทธ – ถ.มหาราช – ถ.หน้าพระธาตุ – สนามหลวง

5. รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า ระยะทาง 20.6 กิโลเมตร

เริ่มเส้นทางตั้งแต่ รพ.พระปิ่นเกล้า- แยกพระประแดง – ซ.สุขสวัสดิ์ 47 – แยกพระประแดง – รพ.พระปิ่นเกล้า

6. แยกตากสิน ระยะทาง 23.2 กิโลเมตร

เส้นทางตั้งแต่ ใต้สะพานตากสิน – แยกพระประแดง – ถ.สุขสวัสดิ์ – แยกตากสิน – ใต้สะพานตากสิน

7. ถ.อินทรพิทักษ์ ระยะทาง 24.3 กิโลเมตร

เส้นทางตั้งแต่ วงเวียนใหญ่ – แยกพระประแดง – ถ.สุขสวัสดิ์ – แยกพระประแดง – วงเวียนใหญ่

8. พระประแดงอาเขต ระยะทาง 15.0 กิโลเมตร

เส้นทางตั้งแต่ พระประแดงอาเขต – แยกมไหสวรรย์ – แยกท่าพระ – วงเวียนใหญ่ – แยกพระประแดง – ถ.สุขสวัสดิ์ – พระประแดงอาเขต

9. โกดังศุภนาวากรุ๊ป ระยะทาง 23 กิโลเมตร

เส้นทางตั้งแต่ โกดังศุภนาวากรุ๊ป – แยกพระประแดง – รพ.พระปิ่นเกล้า – วงเวียนใหญ่ (วนกลับ) – รพ.พระปิ่นเกล้า – แยกพระประแดง – โกดังศุภนาวากรุ๊ป

คนไทยทุกคนสามารถร่วมกิจกรรมปั่นจักรยาน “Bike อุ่นไอรัก” พร้อมกันทั่วประเทศ ในเวลา 15.00 น. ตามเส้นทางที่กำหนดไว้ดังขั้างต้นได้ โดยลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยาน “Bike อุ่นไอรัก” ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ได้ทางเว็บไซต์ www.bikeunairak2018.com หรือสมัครด้วยตนเองได้ที่ สำนักงานเขตในกรุงเทพฯ และศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศ ในวันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2561 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1111

ที่มา : bikeunairak2018

Kate Spade New York ฉลองแคมเปญ YESSSSSSS! โชว์งานคอลเล็กชั่นใหม่ Fall 2018

Kate Spade New York เปิดตัวแคมเปญล่าสุด YESSSSSSS! ภายใต้คอนเซ็ปช่วงเวลาแห่งความสุข ช่วงเวลาแห่งการมอบของขวัญให้ตัวเอง ต้อนรับคอลเล็กชั่นล่าสุด Fall 2018 ชวนแฟนๆ เคท สเปด นิวยอร์ก มาร่วมมอบความสุขให้ตัวเอง ด้วยของขวัญที่ใช่ที่สุดสาหรับคุณ

kate spade new york fall 2018 Event 1

kate spade new york fall 2018 Event 2

ในงาน “Kate Spade New York Fall 2018 YESSSSSSS!” ไม่ว่าจะเป็น YESSSSSSS! tote bag แสนเก๋ ที่เต็มไปด้วยการ์ดของขวัญสุดพิเศษ, มอบบริการนวดมือสุดเอ็กคลูซีฟ, คุ้กกี้และขนมสุดคิ้วท์ และอัพเดตเทรนด์โดย คุณเจี๊ยบ เอกมล อรรถกมล ภายใต้บรรยากาศเพลงย้อนยุค พร้อมเปิดตัวคอลเล็กชั่น Fall 2018 ด้วยแรงบันดาลใจจากการเดินทางไปสู่ “แนชวิลล์” เทนเนสซี ส่งคอลเล็กชั่นที่มีกลิ่นอายอเมริกันคันทรีสไตล์ให้สาวก เคท สเปด นิวยอร์ก ได้รับชมก่อนใคร ผ่านมิวส์และเหล่าดารานักแสดงที่ตบเท้ากันมาในลุค สาว เคท สเปด นิวยอร์ก อาทิ คุณมิน-พีชญา วัฒนามนตรี, คุณแตงโม-นิดา พัชรวีระพงษ์, คุณมาย-วรัทยา ว่องชยาภรณ์, คุณเกรซ-บุศรินทร์ วงศ์ลีลนนท์, คุณมุก-มุกดา นรินทร์รักษ์, คุณกระติ๊บ-ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล, คุณฝ้าย-สุภาพร มะลิซ้อน, คุณร็อค-ขวัญลดา รุ่งโรจน์อาภา, คุณนุ้ย-พิชชากร บาลลา, คุณเคธี่-รัสรินทร์ ธนะชัยวัฒนะโภคิน และแขกคนพิเศษของทางแบรนด์อีกมากมาย

kate spade new york fall 2018 Event 17

kate spade new york fall 2018 Event 14

kate spade new york fall 2018 Event 15

kate spade new york fall 2018 Event 20

kate spade new york fall 2018 Event 16

kate spade new york fall 2018 Event 18

kate spade new york fall 2018 Event 21

kate spade new york fall 2018 Event 19

 

เหล่าเซเลบริตี้ที่ให้เกียรติมาร่วมในงานนี้ พร้อมมาในชุดสวยๆและกระเป๋าใบเก๋ ทั้งหมดอยู่ในคอลเล็กชั่น Fall 2018 ของ Kate Spade New York

kate spade new york fall 2018 Event 9

คุณมิน-พีชญา วัฒนามนตรี (@minpechaya) สวมชุด lace cris top, กระโปรง denim midi และกระเป๋า white rock road suede sam สี sienna

kate spade new york fall 2018 Event 10

คุณแตงโม-นิดา พัชรวีระพงษ์ (@melonp.official) สวมชุดเดรส prairie rose flutter และกระเป๋า camila make it mine fox flap

kate spade new york fall 2018 Event 11

คุณมาย-วรัทยา ว่องชยาภรณ์ (@mindwaratthaya) สวมชุดเดรส bicolor lace midi สี adriatic blue/rich ink และกระเป๋า white rock road suede mini sam สี black

kate spade new york fall 2018 Event 13

คุณเกรซ-บุศรินทร์ วงศ์ลีลนนท์ (@gracebudsarin) สวมชุดเดรส wild roses ruffle wrap และกระเป๋า blossom drive small lottie สี warm vellum

kate spade new york fall 2018 Event 12

คุณมุก-มุกดา นรินทร์รักษ์ (@narinnarinrak) สวมชุดเดรส bandana denim tie neck และกระเป๋า blossom drive small lottie สี blazer blue

kate spade new york fall 2018 Event 3

คุณกระติ๊บ-ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล (@kratip) สวมชุดเดรส prairie rose clip mini และกระเป๋า camila make it mine fox flap

kate spade new york fall 2018 Event 4

คุณฝ้าย-สุภาพร มะลิซ้อน มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2016 (@faye_malisorn) สวมชุดเดรส medallion metallic midi และกระเป๋า white rock road mini sam สี Cherrywood

kate spade new york fall 2018 Event 5

คุณร็อค-ขวัญลดา รุ่งโรจน์อาภา รองอันดับ 1 Miss Tiffany Universe 2017 (@rock_kwanlada) สวมชุดเดรส foxes smocked และกระเป๋า hayes street suede small sam

kate spade new york fall 2018 Event 6

คุณนุ้ย-พิชชากร บาลลา (@sononui) สวมชุดเดรส bicolor lace dress in begonia bloom/deep russet และกระเป๋า so foxy brennan

kate spade new york fall 2018 Event 7

คุณเคธี่-รัสรินทร์ ธนะชัยวัฒนะโภคิน (@katheryn_lee) สวมชุดเดรส camelia chiffon mini และกระเป๋า fox phone crossbody

kate spade new york fall 2018 Event 8

คุณทิพย์-ชลรัศมี งาทวีสุข (@tippyleeds) สวมชุดเดรส cutout crepe dress

 

Sisley Paris เจิดจรัสงานผิวราวกำกับแสง มาเจอกับเรียวปากสีแน่นเนียนนุ่ม

ผู้หญิงเราอาจจะชอบช้อปของสวยได้เรื่อยๆ แต่ว่าถ้าเป็นแบรนด์ที่ใช่และใช้อยู่ตลอดอยู่แล้วเนี่ย ขอให้บอกเถอะมีของใหม่มาเมื่อไหร่เราก็พร้อมจัดหาซื้อมาใช้ให้สวยมั่นในแบบทันทีเหมือนกันค่ะคุณ

Sisley Stylo Lumiere 2

Sisley Stylo Lumiere 5

แบรนด์ความงาม Sisley Paris พาของใหม่มาให้อัพเดทกันแบบเอาใจคนรักชอบงานเมคอัพดูดีและสวยแพง มาเริ่มที่ Stylo Lumière (ราคา 1,900 บาท) ปากกาคุชชั่นนวัตกรรมใหม่ ทำหน้าที่ดุจคฑาวิเศษ ช่วยให้คุณกำกับแสงและเงาบนใบหน้า สร้างมิติใสกระจ่าง ออกแบบรูปหน้าให้คมชัดโดดเด่น ลบเลือนเงาผิวที่ทำให้ดูอิดโรย ริ้วรอยร่องแก้ม รอยคล้ำใต้ตา และไฮไลท์ผิวให้เจิดจรัสในทุกบริเวณ

Sisley Stylo Lumiere 1

Sisley Stylo Lumiere 3

กระจายมิติแสงด้วยเทคโนโลยี Spectacular Light Pigments ที่เคลือบด้วยเลซิติน ช่วยพรางผิวแนบเนียน เรืองรอง สวยทนยาวนาน ด้วยเทคโนโลยียึดเหนี่ยวสีสัน Two-Forming Polymers บำรุงผิวในทุกครั้งที่แตะเติม ด้วยคุณค่าสกัดของอาซาอิ, โกลเด้น แอปเปิ้ล ทรี, โอ๊ต ซี๊ด และไวท์ ลิลลี่

Sisley Phyto Rouge 1

Sisley Phyto Rouge 2

Le Phyto Rouge (1,750 บาท) นี่เป็นครั้งแรกของ แอนตี้-เอจจิ้ง ลอสลาสติ้ง ลิปสติก ว่าด้วยคุณสมบัติดีเด่นที่มาแบบครบถ้วน ประมวลผลลัพธ์มาให้ เช่น สีเนียน แน่นชัด ปกปิด, ติดทนยาวนาน, ชุ่มชื่นถนอมเรียวปาก, เบาสบายในแบบลิปแคร์

Sisley Phyto Rouge 8

Sisley Phyto Rouge 4
-พิกเมนท์สีแน่นชัด ปกปิดยอดเยี่ยม สวยเนียนสม่ำเสมอยาวนาน อำพรางร่องปากให้ดูไร้ริ้วรอย
-นุ่มนวลและเอิบอิ่มยาวนาน ด้วยเทคโนโลยีบำรุงล้ำหน้าล่าสุด ไฮโดรบูสเตอร์ คอมเพล็กซ์ อนุภาคไมโครสเฟียร์ของไฮยารูลอนิคแอซิด และคอนจัคกลูโคแมนแนน
-ดูอ่อนเยาว์ยิ่งๆ ขึ้น ในทุกวันที่ใช้ ด้วยสูตรผสมบำรุงแอนตี้-เอจจิ้ง ดุจเดียวกับสกินแคร์เพื่อผิวหน้า พาดินา พาโวนิกา, คาเมลเลีย และโจโจบาออยล์
-20 โทนสี ครอบคลุม 4 เฉด ลงตัวกับทุกสไตล์เมคอัพและโทนผิวของคุณ เบจ ชมพู ส้ม แดง

Sisley Phyto Rouge 6

Sisley Phyto Rouge 5

 

สีผมน้ำตาลประกายเทา ยี่ห้อไหนดี จัดไป ! 5 ยี่ห้อนี้แหละ ทำแล้วได้สีสวยถูกใจ

สีผมน้ำตาลประกายเทา ยี่ห้อไหนดี สาว ๆ คนไหนที่กำลังตามหาสีย้อมผมน้ำตาลประกายเทา ที่ทำแล้วได้สีสวยถูกใจห้ามพลาด ! เพราะเรารวบรวมมาบอกต่อที่นี่้แล้ว

ช่วงนี้ถ้าถามว่าสีผมอะไรมาแรงที่สุด บรรดาสาว ๆ คงตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “สีผมน้ำตาลประกายเทา” หรือ “Ash Brown Hair” อย่างแน่นอน เพราะเป็นสีที่ทำออกมาแล้วมีความละมุนมากกก แถมยังได้ทั้งความแซ่บและความหวานในลุคเดียว ใครทำออกมาก็สวยปังสุด ๆ ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยค่ะที่นาทีนี้คุณสาว ๆ ส่วนใหญ่วอแวอยากจะทำผมสีผมน้ำตาลประกายเทากันเยอะมาก

เอ้า ! พูดไปแล้วก็อย่ารอช้า หากใครที่กำลังมองหาสีย้อมผม สีผมน้ำตาลประกายเทา ยี่ห้อไหนดี ที่ทำแล้วได้สีสวยถูกใจกันอยู่ละก็ ได้รวบรวมมาไว้ให้สาว ๆ ที่นี่แล้วค่ะ ว่าแต่ทำแล้วอย่าลืมเอามาอวดกันบ้างนะคะ

1. Schwarzkopf Freshlight Foam สี Berry Ash และสี Mirror Ash

โฟมเปลี่ยนสีผมที่มีเฉดสีแฟชั่นให้เลือกเยอะมาก แต่สำหรับสีผมน้ำตาลประกายเทาแนะนำ 2 สีนี้เลยค่ะ Berry Ash ทำออกมาแล้วจะได้สีน้ำตาลเทาหม่น ๆ แต่ถ้าเป็นสี Mirror Ash จะได้ผมสีน้ำตาลเทาสว่าง ชอบโทนสีเข้มหรือสีสว่างก็เลือกกันได้เลยค่ะ ราคา 299 บาท และ 349 บาท ทำเองได้ ผมไม่เสียด้วยนะคะ

 สีผมน้ำตาลประกายเทา
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Freshlight Thailand

2. Beautylabo Whip Hair Color สี Silk Ash และ Misty Ash

วิปโฟมตัวนี้ทำออกมาแล้วสีสวยชัดแถมยังติดทนดีมากเลยค่ะ เนื้อโฟมก็นุ่ม กลิ่นไม่ฉุนด้วย ซึ่งแนะนำ 2 สีด้วยกัน คือ สี Silk Ash จะได้เป็นสีน้ำตาลอ่อนประกายเทา และสี Misty Ash น้ำตาลประกายเทาอมแดงนิด ๆ ราคา 259 บาท ทำแล้วเหมือนได้บำรุงผมไปในตัวด้วย สาว ๆ ไม่ต้องกลัวผมเสียเลยค่ะ

สีผมน้ำตาลประกายเทา
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Beautylabo Thailand

3. Liese Creamy Bubble Color สี Ash Brown

          โฟมเปลี่ยนสีผมตัวนี้ทำออกมาแล้วจะได้เป็นสีเทาหม่นอมเขียวหน่อย ๆ แต่ไม่สว่างมากค่ะ เวลาทำสาว ๆ จะรู้สึกฟินเว่อร์ เพราะฟองโฟมจะหนานุ่ม เหมือนสระผมยังไงอย่างงั้น แถมสีผมที่ได้ยังสวยชัดและติดทนนาน เป็นอีกยี่ห้อที่สาว ๆ ชอบใช้กันมาก ๆ เลยค่ะ ราคา 350 บาท
สีผมน้ำตาลประกายเทา
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Liese Thailand

4. Lolane Z Cool Color Milk สี Y24 – Milky Ash

ครีมย้อมผมยี่ห้อนี้บอกเลยว่าต้องถูกใจสาว ๆ วัยรุ่นแน่นอน เพราะมีสีแฟชั่นให้เลือกทำเยอะมาก อย่างสีน้ำตาลเทาสว่างก็เป็นอีกหนึ่งสีที่สาว ๆ ชอบ และรับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะสีเขาสวยชัด ทำแล้วผมไม่แห้งเสียเพราะมีส่วนผสมของนมฮอกไกโดด้วยค่ะ ราคา 185 บาท

สีผมน้ำตาลประกายเทา
ภาพจาก : lolane.com

5. Berina Hair Color Cream สี A21 – Light Grey

สีย้อมผมยอดฮิตของคุณสาว ๆ และสี A21 เทาสว่างนี้ก็เป็นสียอดนิยมอันดับต้น ๆ ที่สาว ๆ ส่วนใหญ่จะเลือกทำเลยค่ะ แต่ถ้าใครอยากจะได้สีผมน้ำตาลประกายเทาสวย ๆ ละก็ แนะนำให้ใช้สี A21 เทาสว่างผสมกับสี A26 น้ำตาลธรรมชาติ ในอัตราส่วนที่เท่ากัน รับรองว่าสีที่ได้จะเป๊ะเว่อร์สวยถูกใจแน่นอนค่ะ ที่สำคัญราคาไม่แพงอีกด้วย ตกกล่องละประมาณ 40-70 บาทเท่านั้นเอง

สีผมน้ำตาลประกายเทา

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Berina Thailand

          เมื่อรู้แล้วว่าสีย้อมผมอะไรทำแล้วจะได้สีผมยอดฮิตอย่าง สีผมน้ำตาลประกายเทา กันบ้าง ทีนี้ก็อย่ารอช้า รีบไปสอยมาเปลี่ยนสีผมสวย ๆ กันเลยดีกว่าค่ะสาว ๆ รับประกันว่าฮอตเว่อร์แน่นอน แบบตัวอย่างสีผมน้ำตาลประกายเทาที่กระปุกดอทคอมได้รวบรวมมาให้สาว ๆ ได้ชมกันปิดท้ายนี้ พูดเลยว่า ! ยิ่งดูก็ยิ่งอดใจไม่ไหวแล้ว

10 ครีมบำรุงผิวหน้าราคาเบา ๆ สำหรับสาว ๆ

ครีมบำรุงผิวหน้าถูกและดี ที่คุณสาว ๆ กำลังตามหา มาดูกันซิว่าจะมีครีมตัวไหนที่ไม่ควรพลาดกันบ้าง

  ครีมบำรุงผิวหน้า ถือได้ว่าเป็นเครื่องสำอางประจำตัวที่สาว ๆ จะขาดไม่ได้กันเลยทีเดียว เพราะครีมพวกนี้แหละที่จะทำให้คุณผู้หญิงมีใบหน้าที่สวยงามและดูดีขึ้นได้ ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ครีมบำรุงผิวหน้าพวกนี้จะกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่สาว ๆ นิยมซื้อหามาไว้ใช้ติดตัวกันอยู่ตลอด แต่ทั้งนี้คุณสาว ๆ ส่วนใหญ่ก็มักจะเจอกับปัญหาประมาณว่าเลือกซื้อไม่ถูกบ้าง หรือไม่ก็ราคาแพงเกินไปบ้าง นั่นอาจจะเป็นเพราะหลาย ๆ คนยังไม่รู้ว่าครีมบำรุงผิวหน้าที่ถูกและดีนั้นยังมีอยู่ในโลก ซึ่งวันนี้กระปุกดอทคอมก็ได้รวบรวมมาไว้ให้คุณสาว ๆ ดูกันแล้วค่ะ จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

1. Olay Total Effects Day Cream Normal

ครีมบำรุงผิวหน้าตัวนี้เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนคงจะคุ้นเคยและรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นตัวที่สามารถบำรุงผิวพร้อม ๆ กับลดเลือนริ้วรอยได้ภายในตัวเดียวกัน และถึงแม้จะมีเนื้อครีมข้น ๆ แต่พูดเลยว่าไม่หนักหน้า แถมยังซึมเข้าสู่ผิวได้ดีเลยทีเดียวค่ะ

ครีมบำรุงผิวหน้าถูกและดี

2. Smooth-E White Baby Face Serum

สำหรับสาว ๆ ที่กำลังมองหาครีมสำหรับบำรุงผิวพร้อม ๆ กับดูแลเรื่องรอยกระ ฝ้า ต้องห้ามพลาดตัวนี้เลยค่ะ เพราะครีมตัวนี้จะมีส่วนผสมของยารักษาฝ้าด้วย เรียกได้ว่าใครที่มีปัญหาฝ้าขึ้นบนใบหน้า ใช้ครีมตัวนี้เพียงไม่นานก็จะเห็นผลเลยว่ารอยฝ้าจะจางลงอย่างชัดเจน

ครีมบำรุงผิวหน้าถูกและดี

3. Smooth-E Gold Cream

หนึ่งในตัวเทพของครีมลดเลือนริ้วรอยและยกกระชับใบหน้า เรียกได้ว่าเป็นครีมอีกตัวหนึ่งที่สามารถช่วยลดเลือนจุดหมองคล้ำและริ้วรอยก่อนวัยต่าง ๆ ได้ดี พูดเลยว่าใช้แค่ไม่กี่สัปดาห์หน้านี่เด้งเชียวค่ะ

ครีมบำรุงผิวหน้าถูกและดี

4. Garnier Sakura White

ครีมบำรุงผิวผสมสารป้องกันแสงแดด เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่มีผิวคล้ำเสียเพราะโดนแดดบ่อย ใช้แล้วหน้าจะดูขาวและกระจ่างใสขึ้นมาก ที่สำคัญใช้ได้กับทุกสภาพผิว ถึงแม้จะแพ้ง่ายก็สามารถใช้ครีมตัวนี้ได้ค่ะ

ครีมบำรุงผิวหน้าถูกและดี

5. Physiogel AI Cream

สำหรับครีมตัวนี้พูดเลยว่าเทพมาก เพราะสามารถฟื้นฟูได้ทุกปัญหาผิวเลยทีเดียว แต่ใช้แล้วอาจจะหน้ามันนิดหน่อย สำหรับสาว ๆ ที่มีผิวมันอยู่แล้วอาจจะทำให้หน้ามันเยอะกว่าเดิม แต่สำหรับสาวผิวแห้งนี่ใช้ได้สบาย ๆ เลยค่ะ

ครีมบำรุงผิวหน้าถูกและดี

6. Medmaker Vitamin E Cream

สาว ๆ หน้าโทรมทั้งหลาย พูดเลยว่าต้องลองค่ะ เพราะครีมตัวนี้จะช่วยฟื้นฟูสภาพของเซลล์ผิวหนังที่เสื่อมโทรมให้ดีขึ้นได้ เรียกได้ว่าเป็นครีมที่มีสารพัดประโยชน์มาก ๆ ได้ทั้งบำรุงผิว ลดรอยสิว และลดรอยแผลเป็น หลอดเดียวเอาอยู่จริง ๆ จ้า

ครีมบำรุงผิวหน้าถูกและดี

7. Neutrogena Fine Fairness Cream

ไวท์เทนนิ่งครีมบำรุงผิวหน้าตัวนี้เป็นเนื้อเจลค่ะ ใช้แล้วหน้าไม่มัน ไม่หนักหน้า แถมยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ อีกด้วย เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่อยากจะฟื้นฟูผิวจากความหมองคล้ำและป้องกันผิวจากแสงแดดค่ะ

ครีมบำรุงผิวหน้าถูกและดี

8. Hada labo super hyaluronic acid moisturizing cream

แบรนด์เครื่องสำอางจากประเทศญี่ปุ่นที่สาวไทยหลายคนชื่นชอบ และนี่ก็เป็นครีมอีกตัวหนึ่งที่ได้รับความนิยมเช่นเดียวกัน เพราะนอกจากจะช่วยให้หน้าขาวสว่างขึ้นได้แล้วยังจะช่วยล็อกความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ด้วย ซึ่งเหมาะมาก ๆ สำหรับสาว ๆ ที่มีผิวหน้าแห้งทั้งหลายค่ะ

ครีมบำรุงผิวหน้าถูกและดี

9. Pond’s Age Miracle Daily Resurfacing Day Cream

เป็นครีมที่จะช่วยลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าได้เป็นอย่างดีเลยค่ะตัวนี้ โดยเนื้อครีมจะมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ไม่ฉุน แถมคุณสมบัตินี่พูดเลยว่าตีนกา ริ้วรอย รอยเหี่ยวย่นนี่เอาอยู่มาก ๆ สำหรับสาว ๆ คนไหนที่กำลังตามหาครีมที่จะช่วยลดรอยต่าง ๆ บนใบหน้าต้องห้ามพลาดตัวนี้เลยค่ะ

ครีมบำรุงผิวหน้าถูกและดี

10. Nivea Creme

ครีมบำรุงผิวหน้าในตำนานที่ไม่มีใครไม่รู้จัก เรียกได้ว่าฮิตมาตั้งแต่สมัยรุ่นคุณแม่ สำหรับมอยส์เจอไรเซอร์ครีมตัวนี้ที่สามารถใช้ได้ทุกสถานการณ์ เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ทุกวัย และทุกฤดูกาล โดยเฉพาะหน้าหนาวคุณสาว ๆ ที่มีผิวแห้งลอกทั้งหลาย ถ้าได้ลองใช้ครีมตัวนี้หน้าจะกลับมาเนียนนุ่มชุ่มชื้นแบบเห็นได้ชัดเลยทีเดียวค่ะ

ครีมบำรุงผิวหน้าถูกและดี

เห็นไหมคะสาว ๆ ว่าครีมบำรุงผิวหน้าที่ถูกและดีนั้นยังมีอยู่ในโลกจริง ๆ ซึ่งกระปุกดอทคอมเชื่อว่าคงจะถูกใจคุณสาว ๆ ที่กำลังตามหาครีมบำรุงผิวมาใช้กันอยู่ไม่น้อย เอาเป็นว่าชอบตัวไหนก็ลองพิจารณากันดูแล้วกันนะคะ ^^

ภาพจาก : smooth-e.com, garnierthailand.com, physiogelrepair.com, neutrogenathai.com, ponds.com, nivea.co.th, เฟซบุ๊ก Medmaker Thailand, เฟซบุ๊ก Olay, เฟซบุ๊ก We Love Hada Labo

วิธีรักษาฝ้าให้หายขาด คืนความมั่นใจให้หน้าเนียนใสอีกครั้ง

วิธีรักษาฝ้าให้หายขาด จะต้องทำอย่างไร หน้าถึงจะกลับมาเนียนใสได้อีกครั้ง

หากพูดถึงฝ้าบนใบหน้า คงไม่มีสาว ๆ คนไหนอยากจะให้เรื่องนี้เกิดขึ้นกับตัวเองเป็นแน่ เพราะนอกจากจะทำให้หน้าไม่สวย มีรอยด่างดำ และเสียความมั่นใจแล้ว ยังจะทำให้แต่งหน้าได้ยากอีกด้วย แต่ทั้งนี้ก็ถือเป็นปัญหาที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เพราะสภาพอากาศในบ้านเราค่อนข้างที่จะมีแดดแรงมากอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นสำหรับสาว ๆ คนไหนที่ต้องออกแดดบ่อย ๆ จนมีปัญหาเรื่องฝ้าขึ้นหน้าตามมาแล้ว ทางที่ดีควรรีบหาวิธีจัดการกับฝ้าให้เร็วที่สุดจะดีกว่าค่ะ แต่ก็อย่างที่คนเคยเป็นรู้กันดี ว่าฝ้านั้นค่อนข้างที่จะรักษาได้ยากและต้องใช้เวลา แต่ทั้งนี้ก็ใช่ว่าจะรักษาให้หายขาดไม่ได้เลย ซึ่งวันนี้ก็มีวิธีมาบอกกันด้วยค่ะ

หลีกเลี่ยงแสงแดด และต้องทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน

ถ้าอยากจะหายขาดจากฝ้า สาว ๆ จะต้องดูแลตัวเอง โดยการหลีกเลี่ยงแสงแดด โดยเฉพาะในช่วงเวลา 10.00 – 15.00 น. แต่ทั้งนี้หากจำเป็นที่จะต้องออกแดด สิ่งสำคัญที่จะต้องทำทุกครั้งก่อนออกจากบ้านก็คือการทาครีมกันแดด ด้วยครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง ๆ ซึ่งในวันธรรมดาสำหรับในบ้านเรา SPF ประมาณ 20-30 ก็ถือว่าเพียงพอแล้วค่ะ

วิธีรักษาฝ้าให้หายขาด

รักษาฝ้าด้วยวิธีธรรมชาติ

ในแต่ละสัปดาห์สาว ๆ ควรจะบำรุงรักษาฝ้าด้วยวิธีธรรมชาติ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง โดยวิธีธรรมชาติที่ว่านี้ก็คือ การขัดหน้าด้วยมะขามเปียกนั่นเองค่ะ โดยวิธีการก็ง่าย ๆ เพียงแค่นำมะขามเปียกมาละลายน้ำ พอให้ข้น ๆ จากนั้นนำมาขัดหน้า โดยค่อย ๆ ขัดอย่างเบามือ เสร็จแล้วพอกหน้าทิ้งไว้อีกประมาณ 2-3 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาด สูตรนี้ทำบ่อย ๆ จะช่วยผลัดเซลล์ผิว และสามารถทำให้รอยฝ้าจางลงและหน้าขาวเนียนใสขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ใช้ครีมทาฝ้าที่มีประสิทธิภาพ

การเลือกใช้ครีมทาฝ้าที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้ฝ้าหายเร็วขึ้นได้ โดยครีมทาฝ้าที่ดีนั้นจะต้องสามารถช่วยทำให้ฝ้าเก่าจางลง และจะต้องป้องกันการเกิดฝ้าใหม่ได้ด้วย ซึ่งหากใครที่กำลังตามหาครีมทาฝ้าดี ๆ มาใช้กันอยู่ แต่ยังไม่รู้ว่าจะต้องใช้แบบไหนดี สามารถตามไปดูกันที่รีวิวนี้ได้เลยค่ะ (ครีมทาฝ้ายี่ห้อไหนดี นี่เลย 6 ครีมทาฝ้าที่ช่วยให้หน้าเนียนใสอีกครั้ง !)

วิธีรักษาฝ้าให้หายขาด

ทำเลเซอร์รักษาฝ้า

การทำเลเซอร์ คือการรักษาผิวหน้าอีกทางที่จะช่วยรักษากระ ฝ้า และจุดด่างดำต่าง ๆ ให้หายขาดได้ ถือเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่คนปัจจุบันนิยมทำกัน เพราะนอกจากจะรวดเร็วใช้เวลาไม่นานแล้ว ยังจะรักษาฝ้าได้ผลดีอีกด้วย แต่ทั้งนี้การรักษาก็ค่อนข้างที่จะมีราคาแพง และหลังทำก็จะต้องดูแลผิวเป็นพิเศษอีกด้วย

ฉีดยารักษาฝ้า

การฉีดยารักษาฝ้า ถือเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยรักษาฝ้าให้หายขาดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการรักษาแบบนี้จะเป็นการฉีดตัวยาเข้าไปยังชั้นใต้ผิวหนังบริเวณที่เป็นฝ้าโดยตรง และตัวยาจะเข้าไปฟื้นฟูผิวจากภายในและยับยั้งการทำงานของเม็ดสีผิวที่ผิดปกติ ทำให้ฝ้าจางลงและหายขาดได้ นับเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้ผลดีเลยทีเดียวค่ะ

ทั้งนี้ก็อย่างที่บอกสาว ๆ ไปตั้งแต่แรกแล้วว่า ฝ้านั้นจะต้องใช้เวลาในการรักษา ดังนั้นสาว ๆ ก็อย่าเพิ่งใจร้อนไปนะคะ ค่อย ๆ รักษาด้วยวิธีการที่นำมาฝาก รับรองว่าฝ้าจะค่อย ๆ จางลงจนหายขาดได้อย่างแน่นอน

เคล็ดลับหน้าใส 10 วิธีทำให้หน้าใส ไร้สิว ผิวออร่าแบบธรรมชาติ

 เคล็ดลับหน้าใส 10 ข้อง่าย ๆ ที่คุณสาว ๆ สามารถทำได้แบบสบายบรื๋อ บอกเลยการจะมีสวยใสไร้สิวไม่ยากอย่างที่คิดนะ ^^  

 เพราะใบหน้านั้นเป็นส่วนแรกที่คนอื่นมองเห็น ถ้าไม่ยอมดูแลจนมีสิว มีฝ้า หรือจุดด่างดำ นอกจากคนอื่นจะไม่แลแล้ว ยังจะกลายเป็นปัญหาจุกจิกกวนใจ ที่ส่งผลเสียต่อผิวของเราในระยะยาว แถมยังกู้คืนกลับมาได้ยากอีกด้วย รู้อย่างนี้แล้วก็อย่ามัวรอช้า รีบปฏิวัติตัวเองกันซะใหม่ตั้งแต่วันนี้ ด้วย 10 เคล็ดลับหน้าใสแบบธรรมชาติ ที่กระปุกดอทคอมรวบรวมมาฝากแบบจัดเต็ม บอกเลยว่าแต่ละข้อนั้นง่ายแสนง่ายแต่ได้ผลเร็วทันใจ งานนี้หน้าไม่อ่อนกว่าวัย กระจ่างใส ไร้สิว ให้มันรู้ไป !
เคล็ดลับหน้าใส

1. ล้างเครื่องสำอางให้หมดจดทุกครั้ง

          เพราะเครื่องสำอางที่เราใช้เป็นประจำทุกวันนั้น ล้วนแล้วแต่มีสารเคมีที่ทำลายความชุ่มชื่นบนใบหน้าให้ดูหมองคล้ำ ระคายเคือง เกิดสิวอุดตันอยู่แล้ว หากหลีกเลี่ยงการใช้ไม่ได้ ก็ต้องรู้จักทำความสะอาดให้ดี โดยใช้คลีนเซอร์สูตรอ่อนโยนต่อผิว คู่กับลำสีที่มีเนื้อนุ่มละเอียดไร้สารอันตราย เช็ดเครื่องสำอางออกจนมั่นใจว่าหมดเกลี้ยง อย่าให้เหลือสิ่งสกปรกตกค้างบนใบหน้าเด็ดขาด แม้จะลุยงานหรือปาร์ตี้หนักจนกลับบ้านดึกขนาดไหน ยังไงก็ห้ามข้ามขั้นตอนนี้เป็นอันขาด ถ้าไม่อยากให้ผิวมีปัญหาหรือหน้าแก่ก่อนวัยอันควร

2. ทาครีมกันแดดอย่าให้ขาด

ไม่ว่าจะออกไปข้างนอกหรือนอนกลิ้งอยู่ที่บ้าน ยังไงก็ต้องฝึกนิสัยทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน เพราะนอกจากรังสี UVA, UVB และรังสีอินฟาเรด ในแสงแดดแล้ว รู้หรือไม่ว่า แสงสีฟ้า จากจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และดวงไฟในบ้าน ก็สามารถทำลายผิวของเราได้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นสาว ๆ ควรเลือกใช้ครีมกันที่เหมาะสมกับสภาพผิว มี SPF 15+ สำหรับกิจกรรมในร่ม และ SPF 30+ สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง ที่สำคัญควรทาก่อนออกแดด 30 นาที และหมั่นทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง อาจฟังดูจุกจิกไปหน่อย แต่เชื่อเถอะว่าผลลัพธ์ที่ได้มันคุ้มค่าจริง ๆ ค่ะ

3. หมั่นนวดหน้าและขัดผิวด้วยผ้าชุบน้ำอุ่น

หนึ่งในเคล็ดลับสำคัญที่เหล่าไอดอลและเซเลบแนะนำ นั่นก็คือการนวดใบหน้าและสครับผิว ตั้งแต่การทำสปาหน้าดี ๆ กับผู้เชี่ยวชาญ หรือจะทำมาส์กหน้าใสแบบธรรมชาติด้วยตัวเองที่บ้านก็ดีทั้งนั้น แต่สำหรับสาว ๆ ที่ไม่ค่อยมีเวลา การใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นนวดวนบนใบหน้า จะขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี ยิ่งทำก่อนลงครีมบำรุงผิวยิ่งเหมาะ เพราะเป็นวิธีที่ทำให้รูขุมขนขยายกว้างขึ้น ช่วยให้สารบำรุงทั้งหลายซึบซาบลงสู่ผิวได้แบบล้ำลึกเลยทีเดียวเชียวล่ะ

เคล็ดลับหน้าใส

4. ดื่มชาบาร์เลย์
          เคล็ดลับเด็ดของสาวหน้าใสคือ การดื่มชาข้าวบาร์เลย์เป็นประจำ เพราะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ควบคุมระดับน้ำตาลและทำให้เลือดหมุนเวียนได้ดี ที่สำคัญคือเป็นเครื่องดื่มดีท็อกซ์ที่ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ช่วยคลายเครียด ส่งผลทำให้ผิวพรรณสุขภาพดี สดชื่น แจ่มใสมากขึ้น

4. เติมความชุ่มชื้นด้วย Vitamin C ปกป้องผิวด้วย Omega-3

5. แช่มอยเจอร์ไรเซอร์ในตู้เย็นก่อนใช้

          ความเย็นของมอยส์เจอไรเซอร์หลังจากแช่ตู้เย็น จะช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็ก หน้าไม่มัน ลดอาการบวมอักเสบของสิว ป้องกันริ้วรอเหี่ยวย่นบนใบหน้า เรียกว่าเป็นการเพิ่มคุณสมบัติให้ครีมมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ประเภทผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับเคล็ดลับข้อนี้คือ มอยส์เจอไรเซอร์แบบน้ำ ที่ไม่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบเท่านั้นนะคะ เพราะความเย็นจะทำให้น้ำมันแยกชั้นกับส่วนผสมอื่นจนคุณสมบัติผิดเพี้ยนไปได้
6. เลี่ยงอาหารที่มีรสเค็ม น้ำตาลสูง
          การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลเกินพอดี หรืออาหารที่รสชาติเค็มจัดมีโซเดียมสูง จะทำให้ใบหน้าของเราเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร หน้าบวม ผิวแห้ง มีสิว มีชั้นถุงใต้ตาที่หย่อนคล้อยและหนาขึ้น เพราะน้ำตาลจะไปทำลายคอลลาเจนรวมถึงอีลาสตินในผิว ในขณะที่โซเดียมจะทำให้ร่างกายขาดน้ำและผลิตน้ำมันออกมาทดแทน โดยปกติระดับน้ำตาลที่พอเหมาะจะอยู่ที่ไม่เกิน 6 ช้อนชา ส่วนโซเดียวไม่ควรเกิน 2,300 มิลลิกรัม หรือเทียบเท่าเกลือ 1 ช้อนชา

 

เคล็ดลับหน้าใส
 
7. Sleeping Mask คือไอเท็มเด็ด

ทางเลือกของสาวที่ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง คือตัวช่วยบำรุงผิวเร่งด่วนอย่างแบบใช้เวลาเพียงชั่วข้ามคืนอย่าง มาส์กก่อนนอน หรือ Sleeping Mask ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จะเป็นครีมที่มีส่วนผสมเข้มข้น ใช้เติมความชุ่มชื้น ฟื้นฟูผิวหน้าให้กลับมาสดใสทันทีที่ตื่นนอน ซึ่งสาว ๆ ควรเลือกตัวที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือพาราเบน ไม่งั้นหน้าสวยอาจกลายเป็นหน้าพังเอาได้นะคะ

8. เติมความชุ่มชื้นด้วย Vitamin C ปกป้องผิวด้วย Omega-3

          อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า วิตามินซี นั้นมีคุณสมบัติช่วยทำให้หน้ากระจ่างใส ลดรอยสิว แถมยังมีสุขภาพดีห่างไกลไข้หวัด แต่สารธรรมชาติสำคัญอีกตัวที่สาว ๆ ควรได้รับเป็นประจำคือ โอเมก้า-3 หรือกรดไขมันจำเป็นที่ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน ทำให้หน้าดูสดใส เต่งตึงกว่าวัย และยังช่วยเสริมสร้างให้เยื่อหุ้มเซลล์สมบูรณ์ แข็งแรง เพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บความชุ่มชื้น ป้องกันไม่ให้ผิวถูกทำลายได้ง่าย หาทานได้ในอาหารพวก ถั่วแระ, ถั่วเหลือง, วอลนัท, ผักโขม หรือน้ำมันดอกคาโนลาเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็ม น้ำตาลสูง

9. ออกกำลังกายเป็นประจำ

          อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยกระตุ้นให้เลือดในร่างกายของเราหมุนเวียนได้ดีมากขึ้น นั่นก็คือการออกกำลังกาย โดยเฉพาะโยคะ แอโรบิค เดินหรือวิ่งเหยาะ ๆ วันละ 30-40 นาที ยิ่งถ้าทำได้เป็นประจำทุกวันยิ่งทำให้ผิวพรรณของเราดูสุขภาพดี มีเลือดฝาด เพราะสารอาหารและออกซิเจนสามารถเข้าไปหล่อเลี้ยงเซลล์ร่างกายแต่ละส่วนได้อย่างเต็มที่ ไม่เชื่อก็ลองถามชาวเฮลธ์ตี้ดูได้เลย
เคล็ดลับหน้าใส

10. ดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ

รู้หรือไม่ว่ากิจกรรมในชีวิตประจำวันนั้นทำลายผิวของเรามากกว่าที่คิด ทั้งมลพิษสิ่งสกปรกตามอากาศ ทั้งอาหารการกินที่ผิดหลักอนามัย รวมถึงสารเคมีจากเครื่องสำอางบนใบหน้า และสิ่งที่จะเยียวได้ดีที่สุดคือการเติมน้ำให้ผิวอย่างสม่ำเสมอ ฝึกนิสัยจิบน้ำบ่อย ๆ ให้ถึง 1.5-2 ลิตรต่อวัน และอย่าลืมนอนหลับให้ได้มากกว่า 6 ชั่วโมง เพื่อให้สารธรรมชาติในร่างกายของเรา ช่วยทำงานฟื้นฟู ซ่อมแซมส่วนสึกหรอต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เห็นไหมคะว่าแต่ละข้อนั้นง่ายแสนง่าย แค่ปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตบวกกับพิถีพิถันเรื่องดูแลผิวเพิ่มขึ้นนิดหน่อย เท่านี้สาว ๆ ก็เตรียมบ๊ายบายหน้าสิวกันได้แล้วแหละ

ข้อมูลจาก : redbookmag.com, dailyvanity.sg, stylecaster.com, brides.com, fashionisers.com