ผลสำรวจปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือทั่วโลกชี้ YouTube ฟาดไปเกือบครึ่ง

Sandvine ผู้เชี่ยวชาญด้านเครือข่ายระดับโลกได้เผยแพร่รายงานผลสำรวจปริมาณการใช้ดาต้าบนเครือข่ายมือถือทั่วโลก พบว่า YouTube นั้นกินส่วนแบ่งไปมากถึง 37% เลยทีเดียว ซึ่งอันที่จริงก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นัก เนื่องจากปริมาณนั้นถูกวัดด้วยหน่วย Megabytes เพราะการรับชมวีดีโอบน YouTube นั้น มีการโหลดข้อมูลในจำนวนที่สูงกว่าการดาวน์โหลดข้อความ หรือรูปภาพมากนัก

แอปอันดับสองนั้นตกเป็นของ Facebook ที่ได้ส่วนแบ่งไป 8.4% ตามด้วย Snapcaht ที่ 8.3% ที่น่าแปลกใจ คือ Netflix นั้นใช้มียอดการใช้แค่เพียง 2.4% เท่านั้น สะท้อนให้เห็นว่าคนไม่นิยมใช้ Netflix ด้วยเน็ตมือถือนะ

ผลสำรวจปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือทั่วโลกชี้ YouTube ฟาดไปเกือบครึ่ง

แอปที่ติดอันดับทั้งหมดมีรายการดังนี้

  1. YouTube – 37%
  2. Facebook – 8.4%
  3. Snapchat – 8.3%
  4. Instagram – 5.7%
  5. Web browsing – 4.6%
  6. Facebook video – 2.5%
  7. Netflix – 2.4%
  8. WhatsApp – 3.7%
  9. App Store – 2.1%
  10. Google Play – 1.9%
  11. อื่นๆ – 23.4%

ที่มา : www.searchenginejournal.com , 9to5google.com , www.statista.com , www.sandvine.com

Dell ประกาศเพิ่ม 2 ฟีเจอร์ใหม่ใน Mobile Connect สำหรับผู้ใช้ iOS

ในปี 2018 Dell ได้ปล่อยแอปพลิเคชัน Mobile Connect ออกมาให้คุณสามารถ เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ของ Dell เข้ากับสมาร์ทโฟน ทั้งระบบปฏิบัติการณ์ Android และ iOS เพื่อให้สามารถรับสาย, ตอบข้อความ หรือรับการแจ้งเตือนในสมาร์ทโฟนของคุณจากคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง

ซึ่งเมื่อต้นปีนี้ทางบริษัท Dell ก็ได้ออกมาแถลงว่าจะ อัพเดทฟีเจอร์ ในแอปพลิเคชัน Mobile Connect เพิ่มเติมในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคมเป็นต้นไป) ให้สามารถ ถ่ายโอนข้อมูล รูปภาพและวิดีโอจากแอปพลิเคชัน Mobile Connect นี้ไปยังคอมพิวเตอร์ได้แบบ Wireless และจะเพิ่มฟีเจอร์ให้ผู้ใช้สามารถ ใช้งานแอปพลิเคชันอื่นๆ ขณะเปิดใช้งาน Mobile Connect ได้ในเวลาเดียวกันสำหรับในระบบปฏิบัติการณ์ iOS (โดยก่อนหน้านี้ฟีเจอร์นี้รองรับเฉพาะแค่ใน Android เท่านั้น)

Dell ประกาศเพิ่ม 2 ฟีเจอร์ใหม่ใน Mobile Connect สำหรับผู้ใช้ iOS

ภาพจาก : https://www.microsoft.com/sl-si/p/dell-mobile-connect/9nx51w9gbs5t?activetab=pivot:overviewtab

ทาง Dell ระบุว่าการเชื่อมต่อระบบ iOS นั้นจะสามารถ ทำงานร่วมกับ XPS, Inspiron, Vostro, Alienware และคอมพิวเตอร์ G Series ที่เปิดตัวตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2018 เป็นต้นไป แต่สำหรับแลปทอปอย่าง Dell Latitude นั้นยัง ไม่ได้มีการประกาศ ว่าจะสามารถใช้งานฟีเจอร์ใหม่ของแอปพลิเคชัน Mobile Connect นี้ได้หรือไม่แต่อย่างใด
ที่มา : www.theverge.com , appleinsider.com , www.iphonehacks.com

Samsung Galaxy S20 จะเพิ่มรุ่น S20 Ultra เข้ามาด้วยหน้าจอที่ใหญ่กว่า

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือออกมาแล้วว่าสมาร์ทโฟน Galaxy S series รุ่นถัดไปของทางซัมซุงจะไม่ใช้ชื่อ Galaxy S11 แต่จะเปลี่ยนเป็น Galaxy S20 แทนเหมือนกับการนับรุ่นของทางหัวเว่ย (และเพื่อให้เข้ากับปี 2020) และล่าสุดก็มีข่าวลือออกมาอีกว่า สมาร์ทโฟนเรือธงที่กำลังจะเปิดตัวใหม่นี้ จะมีรุ่น Galaxy S20 Ultra เพิ่มขึ้นมาจาก S20 และ S20+

Harmless Karl@HarmlessKarl

Hmmmmmmmmmm
S20? S20+? S20 Ultra?

View image on Twitter

9518:37 PM – Dec 30, 2019Twitter Ads info and privacy158 people are talking about this

ซึ่งข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้ถูกยืนยันความถูกต้อง แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจที่ทางซัมซุงจะเปลี่ยนไลน์อัพสินค้า โดยอาจจะไม่มี Galaxy S20e ที่เป็นรุ่น Lite (เรือธงรุ่นประหยัด) แล้ว และเริ่มต้นด้วย Galaxy S20 ที่มีหน้าจอขนาด 6.2 นิ้ว ตามด้วย S20+ ที่หน้าจอขนาด 6.7 นิ้ว และต่อด้วยรุ่นใหม่ตามข่าวลือ S20 Ultra ที่มีหน้าจอใหญ่ขึ้นมาเป็น 6.9 นิ้ว (เหมือนกับทางแอปเปิ้ลที่เริ่มต้นด้วย iPhone 11, 11 Pro และ 11 Pro Max)

อย่างไรก็ตาม นอกจากเรื่องของขนาดหน้าจอแล้ว ยังไม่มีข้อมูลอื่นๆ ว่า Galaxy S20 Ultra จะมีความแตกต่างอื่นๆ จากอีก 2 รุ่นหรือไม่? อาจจะเป็นกล้องที่มีฟังก์ชั่นมากกว่า หน้าจอที่มีความละเอียดกว่า หรือชิปเซ็ตล่าสุดที่รองรับ 5G ก็เป็นได้


ถ้าอิงจากข่าวลือเรื่องที่ Samsung Galaxy S อาจจะรวมกับ Note ในปี 2020 ก็อาจมีความเป็นไปได้เช่นกันว่า Galaxy S20 Ultra ที่มีจอใหญ่กว่ารุ่น S20+ เล็กน้อย อาจจะมาพร้อมปากกา S-Pen แทนรุ่น Note แล้วช่วงปลายปีก็ไปออก Galaxy Fold แทน
ที่มา : www.gizmochina.com , www.gizmochina.com

iPhone XR ครองอันดับ 1 สมาร์ทโฟนขายดี! แม้จะมี iPhone 11 มาแทนที่ก็ตาม

Counterpoint Research เผยผลสำรวจ 10 อันดับส่วนแบ่งการตลาดของสมาร์ทโฟนยอดนิยมในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2019 ออกมา ซึ่งผลปรากฏว่า iPhone XR เป็นสมาร์ทโฟนที่ครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดของไตรมาสที่ผ่านมา

iPhone XR ครองอันดับ 1 สมาร์ทโฟนขายดี! แม้จะมี iPhone 11 มาแทนที่ก็ตาม


กราฟส่วนแบ่งการตลาด 10 อันดับสมาร์ทโฟน
ยอดนิยมในไตรมาสที่ 3 2019

iPhone XR ครองแชมป์ตั้งแต่ปลาย 2018 ยัน 2019

โดย iPhone XR ออกมาครั้งแรกเมื่อปี 2018 และก็กลายเป็นโมเดลของ iPhone ที่ขายดีที่สุดในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2018 (และเป็นรุ่นที่เริ่มทำให้ผู้ใช้งานแอนดรอยด์ส่วนหนึ่ง ตัดสินใจย้ายค่ายมาแอปเปิ้ล) ซึ่งจากผลสำรวจล่าสุดนี้ iPhone XR ก็ยังเป็นสมาร์ทโฟนที่ครองส่วนแบ่งฯ สูงที่สุดอยู่ดี แม้จะมี iPhone 11 มาแทนที่แล้วก็ตาม ซึ่งเหตุผลก็อาจเป็นเพราะราคาที่หั่นลงจากที่มีรุ่นใหม่ออก ทำให้ iPhone XR ที่มีราคาเริ่มต้น 29,900 บาท เหลือเพียง 21,900 บาทเท่านั้น แต่สเปคใช้งานก็ยังไม่จัดว่าเก่าเกินไป

มือถือรุ่นประหยัดครองตลาด

ความน่าสนใจก็คือ สมาร์ทโฟนแทบทั้งหมดใน 10 อันดับไม่มีรุ่นท็อปหรือเรือธงอยู่เลย ที่ยืนแท่นมีกลุ่มของ Samsung Galaxy ตระกูล A, Oppo ตระกูล A หรือ Redmi 7A ที่มีราคาต่ำกว่า 10,000 บาททั้งสิ้น ตรงนี้สะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มผู้ใช้สมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ในปัจจุบันคำนึงถึงราคา ความคุ้มค่า มากกว่าฟีเจอร์เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มักจะมีให้บนมือถือเรือธงเท่านั้น (ซึ่งในกรณีของ iPhone XR และ iPhone 11 ก็เช่นกันที่สาวกเลือกที่ราคามากกว่าเลนส์ซูม วัสดุที่ดีกว่าหรือหน้าจอที่คมชัดกว่า)ความในใจผู้เขียน   

ทำไม Huawei P30 ถึงติดโผ?

ส่วน Huawei P30 ที่ดูเหมือนไม่เข้าพวกด้วยสเปคกล้องเรือธง (ที่อาจจะด้อยกว่ารุ่นโปรหน่อย) จริงๆ แล้วก็มีเหตุผลเดียวกับ iPhone XR ที่มาติดอันดับท็อป 10 ได้ ก็เป็นเพราะราคาที่หั่นลง จากเปิดตัว 21,990 บาท ลงมาเหลือเพียง 15,990 บาทเท่านั้น ทำให้กลายเป็นที่นิยมในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา
(ซึ่งในอนาคต อาจจะไม่ได้เห็นสมาร์ทโฟนหัวเว่ยติดโผสากลแล้วก็เป็นได้ เนื่องจากมือถือรุ่นใหม่ๆ ของหัวเว่ยไม่สามารถใช้ Google Mobile Services ได้ และ Huawei Mobile Services ก็ยังไม่พร้อมที่จะเปิดตลาดใหม่)

มือถือเรือธงสเปค+ราคาเกินพอดี

จริงๆ แล้วอาจจะไม่ใช่เรื่องราคาที่เข้าถึงง่ายเพียงอย่างเดียวที่ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดเทไปทางสมาร์ทโฟนมิดเรนจ์ แต่อาจจะมีเรื่องของปัจจัยอื่นๆ ด้วย อย่างเช่น เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกินจำเป็นต่อการใช้งานทั่วๆ ไป ตอบสนองการใช้งานกับผู้ใช้งานเฉพาะกลุ่ม (เช่น มือถือจอพับได้) และทำให้มือถือเรือธงมีราคาสูงกว่าที่ควรจะเป็นก็เป็นได้ สมาร์ทโฟนรุ่นประหยัดที่มีรุ่นให้เลือกมากกว่าพร้อมเสนอฟีเจอร์บางส่วนให้เพียงพอต่อการใช้งาน จึงตอบโจทย์คนหมู่มากก็เป็นได้
ที่มา : www.counterpointresearch.com , www.phonearena.com

Xiaomi โพสต์คลิป Mi Watch Color สมาร์ทวอชหน้าปัดกลม ทางเลือกคนไม่ชอบหน้าปัดเหลี่ยม

เมื่อช่วงปลายปี 2019 ทาง Xiaomi ได้เปิดตัว Mi Watch รุ่นแรกของทางค่ายด้วยหน้าปัดทรงสี่เหลี่ยมที่หน้าตาคุ้นตลาด มาล่าสุดทางแบรนด์ได้ปล่อยทีเซอร์ Mi Watch Color สมาร์ทวอชอีกรุ่นที่เป็นหน้าปัดทรงกลมพร้อมจำหน่ายในปี 2020 นี้

สำหรับคนที่ไม่ชอบหน้าปัดสี่เหลี่ยม แน่นอนว่า Xiaomi Mi Watch Color จะเป็นอีกตัวเลือกของแฟนๆ ในปีนี้ ที่มีหน้าปัดดีไซน์ทรงกลมมาให้เลือกใช้งาน

โดยในคลิปสั้นๆ นี้ ยังไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลอะไรมาก จากที่เห็นคือ เราจะได้ใช้สมาร์ทวอชหน้าปัดกลม ที่มี 2 ปุ่มใช้งานอยู่ด้านขวาของหน้าปัด พร้อมสายนาฬิกาหลากสีที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ และขอบเฟรมหน้าปัดคาดว่าจะมีให้เลือกทั้งสีดำ สีทอง และสีเงิน

ส่วนซอฟต์แวร์ที่ใช้ ก็คาดว่าอาจจะเป็น WearOS เช่นเดียวกับ Mi Watch ส่วนฟีเจอร์ก็น่าจะมีทั้ง การติดตามการออกกำลังกาย วัดอัตราการเต้นของหัวใจ แจ้งเตือนจากมือถือ และติดตามการนอนหลับ

  

สุดท้าย มีข้อมูลสเปคคร่าวๆ ของ Mi Watch Color ของกล้องแพ็คเกจที่หลุดออกมา เผยให้ทราบว่า Mi Watch Color มีหน้าปัด AMOLED ขนาด 1.39 นิ้ว ความละเอียด 454 x 454 พิกเซล พร้อมแบตเตอรี่ 420 mAh ที่สามารถอยู่ได้นานถึง 14 วัน สามารถกันน้ำลึกได้ถึง 50 เมตร รองรับการใช้งานทั้ง NFC และ GPS

อย่างไรก็ตาม เรายังไม่ทราบถึงราคาของ Mi Watch Color รวมทั้งจะวางจำหน่ายในต่างประเทศรึเปล่า? ส่วนในประเทศจีน จะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 3 มกราคมนี้
ที่มา : www.techradar.com , www.gsmarena.com

Realme ฝังโฆษณาลงมือถือ พร้อมแนะนำวิธีปิดให้!

มีสมาร์ทโฟนหลายๆ แบรนด์ในตลาดที่จัดสเปคสูงๆ มาให้เกินค่าตัวที่ผู้ใช้มือถือจะต้องจ่าย ซึ่ง Realme ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่วางตัวเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนราคาประหยัด และโมเดลธุรกิจก็ไม่ได้เข้าใจยากเลย เพราะส่วนต่างของราคาที่เราไม่ต้องเสียนั้น มาจากโฆษณาที่ถูกฝังไว้ในมือถือนั่นเอง

โดยสมาร์ทโฟน Realme ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ ColorOS 6 ขึ้นไปจะมีพื้นที่หนึ่ง (หรือสอง) ของมือถือที่เป็นพื้นที่แสดงผลโฆษณาที่เรียกว่า Recommendations รูปแบบของเนื้อหาโฆษณาก็จะเป็นการแนะนำตั้งแต่แอปฯ เกมฮิต แอปฯ ต่างๆ ไปจนถึงเว็บไซต์ขายของ โดยจะแสดงผลอยู่ในหน้า Phone Manager และ Security Check

จริงๆ แล้วการฝังโฆษณาบนมือถือที่เราต้องจ่ายเงินซื้อมา ก็ดูเป็นการล่วงล้ำพื้นที่ส่วนตัวอยู่พอสมควรเหมือนกัน เมื่อเทียบกับพื้นที่โฆษณาอื่นๆ (แต่ก็เป็นโมเดลสมาร์ทโฟนราคาประหยัดที่ผู้ใช้งานต้องยอมรับแต่โดยดี) ทั้งนี้ทั้งนั้น แม้ทาง Realme จะยัดโฆษณาเข้ามาในระบบปฏิบัติการให้กับผู้ใช้อย่างไม่เต็มใจ แต่ทางแบรนด์ก็ได้ออกมาแนะนำถึงวิธีปิดโฆษณาดังกล่าวบนเว็บไซต์คอมมูนิตี้ให้เป็นของขวัญส่งท้ายปี โดยมีขั้นตอนดังนี้

Realme ฝังโฆษณาลงมือถือ พร้อมแนะนำวิธีปิดให้!?
  • ไปที่ Settings > Additional Settings
  • เลือก Get Recommendations
  • ปิดฟีเจอร์เมนูดังกล่าว เพื่อไม่รับแอปฯ และเนื้อหาแนะนำ

เอาจริงๆ แล้วพื้นที่ที่ทางค่ายเลือกให้แสดงผลโฆษณาก็ดูไม่ใจร้ายสักเท่าไหร่นัก ถ้าใครไม่เดือดร้อนก็เปิดเอาไว้ ถือเป็นการสนับสนุนทางค่ายให้ทำสมาร์ทโฟนราคาถูกสเปคดีๆ ออกมาจำหน่ายอีก แต่ถ้าใครรู้สึกว่าไม่อยากเห็นโฆษณาดังกล่าว ก็ไปปิดได้ตามที่ทางค่ายแนะนำเลย
ที่มา : c.realme.com , www.talkandroid.com

CAT จับมือหัวเว่ยเปิดตัวบริการ Premium Private Line เป็นรายแรกในไทย

บริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT จับมือกับ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวบริการ OTN Premium Private Line เป็นครั้งแรกในไทย รองรับองค์กรขนาดใหญ่ในประเทศไทยทั้งภาครัฐและเอกชน ชูจุดเด่นด้านการยกระดับแบนด์วิดท์ที่สูงขึ้น ด้วยอัตราการใช้งานที่สูงถึง 99.99% และความปลอดภัยที่สูงกว่าบริการ Private Line ทั่วไป เพื่อรองรับเทรนด์ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในปี 2020 โดยมี ดร.สุรพันธ์ เมฆนาวิน กรรมการ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) , พันเอก สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) , ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและบริการ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน), นายวรกาน ลิขิตเดชาศักดิ์ รองหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีเครือข่ายโทรคมนาคม บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด, นายคลอดิโอ ลูการี ผู้อำนวยการฝ่ายขาย DWDM โกลบอล โซลูชันส์ หัวเว่ย, MS Julie Ning Country Head, Thailand Representative Office บริษัท ไชน่า โมไบล์ อินเตอร์เนชันแนล จำกัด ฯลฯ เข้าร่วมงาน จัดขึ้น ณ ห้องฉัตราบอลรูม 1-2 ชั้น 2 โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพ

CAT จับมือหัวเว่ยเปิดตัวบริการ Premium Private Line เป็นรายแรกในไทย

จากเทรนด์การใช้งานคลาวด์คอมพิวติ้งที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ทำให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT จับมือกับหัวเว่ยเพื่อเสริมแกร่งภาพรวมตลาดบริการ Private Line ในประเทศไทยด้วยการเปิดให้บริการ Optical Transport Network (OTN) Premium Private-Line เพื่อตอบรับกับความต้องการใช้งานของกลุ่มองค์กรที่ต้องการใช้เครือข่ายที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น มีอัตราความเร็วการถ่ายโอนข้อมูลที่สูงขึ้น มีเสถียรภาพของเครือข่ายที่ดีขึ้นและมีความปลอดภัยของเครือข่ายที่สูงขึ้นไปอีกระดับ

CAT จับมือหัวเว่ยเปิดตัวบริการ Premium Private Line เป็นรายแรกในไทย


ดร. ดนันท์ สุภัทรพันธ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่
สายงานการตลาดและบริการ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)

ดร. ดนันท์ สุภัทรพันธ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและบริการ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ได้กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “CAT ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการโครงข่ายสื่อสารข้อมูลรายใหญ่ในประเทศที่มีโครงข่ายครอบคลุมมากที่สุด ล่าสุด CAT มุ่งหน้ายกระดับตลาดบริการ Private Line ในประเทศไทยด้วยการเปิดตัวนวัตกรรม Optical Transport Network (OTN) Premium Private Line เป็นรายแรกในประเทศไทย ร่วมกับ (บริษัท) หัวเว่ย ซึ่งจะมีฟีเจอร์สำคัญ ได้แก่ ท่อนำส่งข้อมูลแยกเพื่อรับประกันด้านความปลอดภัยของเครือข่าย Private Line, บริการเข้าถึงเครือข่ายตั้งแต่ขนาด 2M ถึง 100G, การันตีความเสถียรของค่าความหน่วง (Latency) สำหรับ E2E ในระดับมิลลิวินาที และเทคโนโลยีการป้องกันจากเหตุการณ์สายเคเบิลหลายสายขาดชำรุด โดยโซลูชัน ดังกล่าวจะช่วยเสริมแกร่งให้กับส่วนธุรกิจบริการ B2B ของ CAT และจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตให้กับภาพรวมธุรกิจของ CAT ในปี 2020 ได้ ”

CAT จับมือหัวเว่ยเปิดตัวบริการ Premium Private Line เป็นรายแรกในไทย


นายคลอดิโอ ลูการี ผู้อำนวยการฝ่ายขาย DWDM โกลบอล โซลูชันส์ หัวเว่ย

นายคลอดิโอ ลูการี ผู้อำนวยการฝ่ายขาย DWDM โกลบอล โซลูชันส์ หัวเว่ย กล่าวว่า ปัจจุบันเทรนด์การใช้เทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้งขององค์กรเพิ่มสูงขึ้นมาก ภายในปี ค.ศ. 2025 ทางหัวเว่ยคาดว่าองค์กรกว่า 80% จากทั่วโลกจะหันมาใช้บริการคลาวด์ นอกจากนี้ 87% ขององค์กรทั้งหมดในปัจจุบันยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของบริการ Private Line เป็นอันดับแรก และจากการที่กลุ่มผู้บริโภคและกลุ่มลูกค้าองค์กรใช้ปริมาณดาต้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยิ่งส่งผลต่อความต้องการใช้งานบริการ OTN Premium Private Line ขององค์กรทั่วโลกสูงขึ้น และยังมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต”

CAT จับมือหัวเว่ยเปิดตัวบริการ Premium Private Line เป็นรายแรกในไทย


นายวรกาน ลิขิตเดชาศักดิ์ รองเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยีเครือข่ายโทรคมนาคม
บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย)จำกัด

นายวรกาน ลิขิตเดชาศักดิ์ รองเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยีเครือข่ายโทรคมนาคม บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า “ความร่วมมือในการเปิดตัวบริการ OTN Premium Private Line ระหว่าง CAT และหัวเว่ย ยังช่วยตอบรับการเตรียมตัวของภาคธุรกิจและภาครัฐในประเทศไทยที่กำลังปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นอย่างเต็มรูปแบบในปี 2020 ซึ่งจะต้องอาศัยการเชื่อมต่อระหว่างดาต้าเซ็นเตอร์ผ่านบริการคลาวด์ที่มีความน่าเชื่อถือที่สูงขึ้น เพื่อรองรับการส่งต่อข้อมูลที่มีจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะข้อมูลจากแอปพลิเคชันที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากค่าความหน่วง (latency sensitive application) ระหว่างสำนักงานใหญ่และสาขาย่อยขององค์กรประเภทธนาคาร โรงพยาบาล เป็นต้น

CAT จับมือหัวเว่ยเปิดตัวบริการ Premium Private Line เป็นรายแรกในไทย

ทั้งนี้เครือข่าย OTN Premium Private Line network จะมีฟีเจอร์หลัก 3 แบบดังนี้:

  1. เครือข่าย OTN แบบครบวงจรที่ให้ท่อนำส่งข้อมูลที่แยกจากเครือข่ายอื่น ๆ อย่างแท้จริง
  2. โครงข่ายใยแก้วนำแสงและเทคโนโลยี ASON (Automatically Switched Optical Network) เพื่อป้องกันการต่อต้านเส้นใยที่ตัดกันหลายๆ เส้นใย
  3. การนำเอาเทคโนโลยี Network Cloud Engine (NCE) มาใช้เพื่อการบริหารจัดการและควบคุมเครือข่ายแบบอัจฉริยะ

โดย OTN Premium Private Line ของ CAT และหัวเว่ยจะเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์ด้านการเชื่อมต่อระหว่างฐานข้อมูลในองค์กรผ่านคลาวด์ ช่วยเสริมให้องค์กรนั้นๆ ดำเนินธุรกิจได้อย่างปลอดภัย เสถียร และมีประสิทธิภาพ โดยมีอัตราที่จะเกิดปัญหาของระบบต่ำถึง 0.01%”

ความโดดเด่นของบริการ OTN Premium Private Line ครอบคลุมประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยที่สูงขึ้น, ค่าความหน่วง (Latency) ที่ต่ำลง ในขณะที่แบนด์วิดท์เพิ่มขึ้น รวมไปถึงมีความยืดหยุ่นของเครือข่ายที่สูง จึงเหมาะกับองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการเครือข่ายความเร็วสูงที่น่าเชื่อถือและมีความปลอดภัยสูง เช่น สนามบิน, ธนาคาร, โรงพยาบาล, หรือองค์กรภาครัฐ เป็นต้น โดยเมื่อเทียบกับ Private Line แบบเก่า OTN Premium Private Line ตัวนี้จะมอบแบนด์วิดท์ที่เสถียรกว่า มีอัตราการใช้งานเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 99.99% และสามารถปรับแต่งการใช้งานได้ตามต้องการ

เผยโฉมแล้ว! กับรองเท้าที่ Adidas ออกแบบร่วมกันกับ Ninja สตรีมเมอร์เกม Fortnite ชื่อดัง

เผยโฉมออกมาอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับรองเท้าสนีกเกอร์ที่แบรนด์ดังอย่าง Adidas ได้จับสตรีมเมอร์เกมชื่อดัง Tyler Blevins หรือที่รู้จักกันในชื่อ Ninja เซ็นสัญญาเป็นพรีเซ็นเตอร์และออกแบบรองเท้าร่วมกัน (อ่านข่าวเก่าได้ที่นี่) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่แบรนด์กีฬาดังกล่าวได้ให้ความสนใจที่จะลงมาหาโอกาสตีตลาดในวงการเกมบ้างแล้ว

โดยผลงานที่ถูกผลิตสู่สายตาชาวโลกเป็นชิ้นแรก ได้แก่รองเท้าสนีกเกอร์ในรุ่น Nite Joggers ที่ได้รับการออกแบบด้วยโทนสีน้ำเงิน – เหลือง อันเป็นสีจากโลโก้ประจำตัวของ Ninja เอง พร้อมใส่สโลแกนประจำตัวอย่าง Time In ไว้ที่รองเท้าข้างขวา และชื่อ Ninja ที่รองเท้าข้างซ้าย

เผยโฉมแล้ว! กับรองเท้าที่ Adidas ออกแบบร่วมกันกับ Ninja สตรีมเมอร์เกม Fortnite ชื่อดัง

สนีกเกอร์รุ่นลิมิเต็ดดังกล่าวมีสนนราคาคู่ละ 150 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 4,530 บาท) ซึ่งมีราคาแพงกว่า Nite Joggers รุ่นปกติอยู่ 20 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 600 บาท) ใครสนใจจะกดก็รอลุ้นกันว่า อดิดาสประเทศไทยจะนำเข้ามาหรือไม่ หรือเหล่าสาวกจะต้องตามไปกดในเว็บกันเอาเองต่อไป (เพราะขณะนี้หน้าเว็บประเทศไทยไม่มีรายละเอียดของรุ่นนี้อยู่บนเว็บเลย)
ที่มา : kotaku.com

Tesla เปิดตัว Cybertruck รถกระบะไฟฟ้าดีไซน์สุดล้ำ ราวกับหลุดมาจากในหนัง

หลังจากมีข่าวการพัฒนามาอย่างยาวนาน ในที่สุด Tesla ก็เผยโฉมของรถกระบะไฟฟ้าตัวจริงออกมาสักที โดยมันมีชื่อเรียกว่า Cybertruck ซึ่งต้องยอมรับว่าหน้าตาของมันฉีกแนวทางการออกแบบจากยานพาหนะในปัจจุบันไปไกลโขเลยล่ะ ราวกับเป็นยานอวกาศจากภาพยนตร์ไซไฟมากกว่าที่จะเป็นรถกระบะ

Tesla เปิดตัว Cybertruck รถกระบะไฟฟ้าดีไซน์สุดล้ำ ราวกับหลุดมาจากในหนัง
Tesla เปิดตัว Cybertruck รถกระบะไฟฟ้าดีไซน์สุดล้ำ ราวกับหลุดมาจากในหนัง
Tesla เปิดตัว Cybertruck รถกระบะไฟฟ้าดีไซน์สุดล้ำ ราวกับหลุดมาจากในหนัง

Cybertruck จะมีให้เลือกอยู่ 3 รุ่น คือ

  • รุ่นเริ่มต้น Single Motor RWD มอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง ขับได้ประมาณ 400 กิโลเมตร ต่อการชาร์จแบตเตอรี่หนึ่งรอบ ทำความเร็ว 0-96 กม./ชม. ได้ภายใน 6.5 วินาที รับน้ำหนักได้ 3.4 ตัน
    ราคา $39,900 (ประมาณ 1,204,250 บาท)
  • รุ่นกลาง Dual Motor AWD มอเตอร์คู่ขับเคลื่อนสี่ล้อ ขับได้ประมาณ 482 กิโลเมตร ต่อการชาร์จแบตเตอรี่หนึ่งรอบ ทำความเร็ว 0-96 กม./ชม. ได้ภายใน 4.5 วินาที รับน้ำหนักได้ 4.5 ตัน
    ราคา $49,900 (ประมาณ 1,506,000 บาท)
  • รุ่นสูงสุด Tri Motor AWD สามมอเตอร์ขับเคลื่อนสี่ล้อ ขับได้ประมาณ 804 กิโลเมตร ต่อการชาร์จแบตเตอรี่หนึ่งรอบ ทำความเร็ว 0-96 กม./ชม. ได้ภายใน 2.9 วินาที รับน้ำหนักได้ 6.3 ตัน
    ราคา $69,900 (ประมาณ 2,110,000 บาท)

นอกจากนี้ สเปคอื่นๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย ด้วยกระจกนิรภัยที่โดนทุบแล้วไม่แตก (แต่ร้าวนะ), ตัวถังสแตนเลสสตีล 30X Cold-Rolled stainless-steel ที่สุดแข็งแกร่ง และหลังคาหลังไฟฟ้าสำหรับปกป้องสัมภาระด้วย

สำหรับคนไทยที่อยากได้ งานนี้ก็ลำบากหน่อย เพราะ Tesla ยังไม่ทำตลาดในไทยอย่างเป็นทางการ

ที่มา : bgr.com , www.tesla.com

Lenovo เปิดตัว ThinkBook 13s, 14 และ 15 โน๊ตบุ๊คตระกูล ThinkPad ตอบโจทย์คนทำงานรุ่นใหม่

เนื่องจากกลุ่มคนทำงานส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ประกอบไปด้วยกลุ่มคน Millenials และเจน Z เป็นส่วนใหญ่ ที่ให้ความสำคัญด้านอุปกรณ์ที่ไฮเทคในการทำงาน ทาง Lenovo จึงได้ออกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ThinkBook โน๊ตบุ๊คที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนกลุ่มนี้ ทั้ง ThinkBook 15, 14 และ 13s

Lenovo เปิดตัว ThinkBook 13s, 14 และ 15 โน๊ตบุ๊คตระกูล ThinkPad ตอบโจทย์คนทำงานรุ่นใหม่

โดยคุณธเนศ อังคศิริสรรพ ผจก.ทั่วไป เลอโนโว ประจำภูมิภาคอินโดจีน ได้กล่าวถึงผลสำรวจของ “พนักงานและนายจ้างธุรกิจ SMB ที่มีความเห็นต่างด้านเทคโนโลยี” ที่มีประเด็นที่น่าสนใจคือ กลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ นิยมหางานในองค์กรที่มีอุปกรณ์ไฮเทคที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงาน ซึ่งขัดกับธุรกิจ SMB ในเอเชีย โดยเฉพาะในประเทศไทยที่คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานส่วนใหญ่ยังคงเป็นคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะกว่า 78% และอีก 22% เป็นคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค

Lenovo เปิดตัว ThinkBook 13s, 14 และ 15 โน๊ตบุ๊คตระกูล ThinkPad ตอบโจทย์คนทำงานรุ่นใหม่

มีผลสำรวจอีกว่าบริษัทที่ให้ความสำคัญกับ Employee Experience หรือประสบการณ์การทำงานของลูกจ้าง จะมีโอกาสที่ทำกำไรได้มากกว่าถึง 4 เท่า โดยเมื่อพนักงานเกิดความสุขจากความสะดวกสบายในการทำงาน จะส่งผลให้ลูกค้ามีความพึงพอใจมากกว่า 80% และบริษัทที่ดีก็จะสามารถดึงคนทำงานยุคใหม่ที่มีประสิทธิภาพมาร่วมทีม เพิ่มโอกาสได้มากกว่าบริษัทคู่แข่งในตลาดอีกด้วย


ThinkBook Family

ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวล ทาง Lenovo จึงได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ ThinkBook ที่มีทั้งดีไซน์และฟังก์ชั่นต่างๆ ให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ โดยฟีเจอร์ที่น่าสนใจของทั้ง ThinkBook 13s, 14 และ 15 มีดังนี้

  • สี Mineral Gray พร้อมวัสดุพรีเมี่ยม
Lenovo เปิดตัว ThinkBook 13s, 14 และ 15 โน๊ตบุ๊คตระกูล ThinkPad ตอบโจทย์คนทำงานรุ่นใหม่

การตัดสินใจเลือกซื้ออุปกรณ์ซักชิ้นในปัจจุบัน ประสิทธิภาพกลับไม่ใช่เรื่องแรกที่ทุกคนคำนึงถึง แต่เป็นเรื่องของดีไซน์มากกว่า ซึ่งสีดำเป็นสีที่ดูโบราณไปแล้วสำหรับเทรนด์ในตอนนี้ ThinkBook จึงเลือกใช้สี Mineral Grey พร้อมวัสดุที่เป็นอลูมิเนียมที่ดูสวยพรีเมียม และนอกจากความสวยงามแล้ว ThinkBook ยังมาพร้อมกับความทนทานระดับ Military Standard ที่ทนต่ออุณหภูมิที่ร้อนจัด-หนาวจัด รวมทั้งทนต่อแรงสั่นสะเทือนได้อีกด้วย

  • จอกางได้ 180 องศา ทำงานได้สะดวกขึ้น
Lenovo เปิดตัว ThinkBook 13s, 14 และ 15 โน๊ตบุ๊คตระกูล ThinkPad ตอบโจทย์คนทำงานรุ่นใหม่

ฟีเจอร์การกางจอ 180 องศา มักจะเป็นคุณสมบัติของโน๊ตบุ๊คระดับสูงๆ ซึ่งใน ThinkBook ทั้งรุ่น 13s, 14 และ 15 ก็ได้ใส่มาให้ใช้งานด้วย สามารถกางจอให้ติดกับโต๊ะ เพื่อการสำเสนองานได้สะดวกยิ่งขึ้น

  • Always-On USB 3.1 เปลี่ยนโน๊ตบุ๊คให้กลายเป็นพาวเวอร์แบงค์
Lenovo เปิดตัว ThinkBook 13s, 14 และ 15 โน๊ตบุ๊คตระกูล ThinkPad ตอบโจทย์คนทำงานรุ่นใหม่

ฟีเจอร์เล็กๆ ที่ใส่เข้ามาให้ตอบโจทย์คนใช้งานในปัจจุบันที่พกพาอุปกรณ์ไปไหนมาไหนตลอดเวลา ซึ่งช่อง USB 3.1 แบบ Always-On (ที่มีรูปแบตเตอรี่) จะทำให้เราสามารถต่อสาย USB-C เพื่อเปลี่ยนให้ ThinkBook เป็นแบตเตอรี่สำรอง ชาร์จอุปกรณ์อื่นๆ อย่างเช่นสมาร์ทโฟนได้ แม้โน๊ตบุ๊คจะปิดอยู่ก็ตาม

  • เชื่อมจอแสดงผลได้ทั้งหมด 3 จอ พร้อมชาร์จไฟไปด้วย

ThinkBook รองรับการต่อจอแสดงผลเพิ่มอีก 2 จอด้วยกัน และเมื่อเชื่อมต่อผ่าน USB 3.1 จะมีการชาร์จไฟระหว่างอุปกรณ์ที่ต่อพ่วงกันได้ทันที ไม่จำเป็นต้องเสียบอะแดปเตอร์เพื่อจ่ายไปกับทุกอุปกรณ์

  • รวมปุ่ม Power ไว้กับ Fingerprint ในปุ่มเดียว
Lenovo เปิดตัว ThinkBook 13s, 14 และ 15 โน๊ตบุ๊คตระกูล ThinkPad ตอบโจทย์คนทำงานรุ่นใหม่

ThinkBook 14 และ 15 มีเซ็นเซอร์สแกนนิ้วติดตั้งอยู่บนปุ่ม Power ให้สามารถเปิดเครื่องและสแกนนิ้วล็อกอินได้ในขั้นตอนเดียว ไม่จำเป็นต้องแยกขั้นตอนการใช้งาน นอกจากนี้ปุ่ม Power ยังมีฟังก์ชั่นป้องกันการเผลอกดปุ่มโดยไม่ตั้งใจ โดยเมื่อเรากดปุ่ม Power ค้างน้อยกว่า 2 วินาที ปุ่มจะไม่ทำงาน

  • มีคีย์ให้กดรับสาย-วางสาย
Lenovo เปิดตัว ThinkBook 13s, 14 และ 15 โน๊ตบุ๊คตระกูล ThinkPad ตอบโจทย์คนทำงานรุ่นใหม่

โน๊ตบุ๊คสำหรับใช้งานที่อาจจะต้องมีการ Conference Call บ่อยๆ ตัว ThinkBook ก็จะมีปุ่มสำหรับ รับสาย-วางสาย ให้ใช้งานได้สะดวกมากขึ้น

  • Hidden USB Port (บนรุ่น 14 และ 15)
Lenovo เปิดตัว ThinkBook 13s, 14 และ 15 โน๊ตบุ๊คตระกูล ThinkPad ตอบโจทย์คนทำงานรุ่นใหม่

บางทีการใช้งานเม้าส์ไร้สาย ตัว Dongle ไร้สาย ที่ยื่นออกมาแม้เพียงเล็กน้อยก็เป็นปัญหาที่อาจจะหักเสียหายได้ ใน ThinkBook 14 และ 15 จึงมีพอร์ต USB ลับ สำหรับให้เสียบ USB แล้วซ่อนไว้ในตัวเครื่องได้ หรือจะใช้กับ Flash Drive ขนาดเล็กก็ได้เช่นกัน

  • รุ่น 15 นิ้ว มี Num Pad ให้ใช้งาน
Lenovo เปิดตัว ThinkBook 13s, 14 และ 15 โน๊ตบุ๊คตระกูล ThinkPad ตอบโจทย์คนทำงานรุ่นใหม่

สำหรับสายงานที่เกี่ยวข้องกับตัวเลข บนคีย์บอร์ดของ ThinkBook 15 ก็จะมี Num Pad ให้ใช้งานกันด้วย

  • ระบบความปลอดภัยของ ThinkBook
Lenovo เปิดตัว ThinkBook 13s, 14 และ 15 โน๊ตบุ๊คตระกูล ThinkPad ตอบโจทย์คนทำงานรุ่นใหม่

นอกจากความปลอดภัยเด่นๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวก ทั้งเซ็นเซอร์สแกนนิ้วและพอร์ต USB แบบซ่อนแล้ว ThinkBook ยังมีความปลอดภัยต่างๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น ThinkShutter ฮาร์ดแวร์ที่จะปิดกล้องของอุปกรณ์เมื่อไม่ได้ใช้งาน ป้องกันการล้วงข้อมูลจากกรณีที่โปรแกรมบางตัวสั่งให้กล้องทำงานเองโดยไม่ได้รับอนุญาต มีระบบ Wi-Fi Security แจ้งเตือนเมื่อมีการเชื่อมต่อ Access Point ที่ไม่น่าเชื่อถือ ระบบ Active Protection System ที่จะคอยตรวจสอบฮาร์ดดิสก์และจัดการกับข้อมูล เมื่อฮาร์ดดิสก์มีความเสี่ยง (แต่ปัญหานี้จะไม่มีใน SSD) รวมทั้ง Battery Health ดูแลสุขภาพของแบตเตอรี่ ด้วยการตั้งค่าให้หยุดชาร์จเมื่อแบตเตอรี่สูงกว่า 90% ได้

  • (ทางเลือก) เพิ่มให้รองรับมาตรฐาน Wi-Fi 6 ได้

ถึงแม้ว่ามาตรฐาน Wi-Fi 6 จะใหม่ยิ่งกว่า 5G (ที่สัมผัสได้ยากยิ่งกว่า) แต่ ThinkBook ก็สามารถอัปเกรดให้รองรับ Wi-Fi 6 ในการใช้งานได้ เผื่อจะได้ใช้ในเร็ววัน

  • ประกัน Premiere Support

ถึงแม้ว่า ThinkBook จะรองลงมาจาก ThinkPad แต่ก็ได้รับประกันแบบ Premiere Support เช่นกัน โดยระยะเวลาประกันปกติ 1 ปี จะสามารถเพิ่มเป็น 5 ปีได้ มีประกันอุบัติเหตุ Accidental Damage Protection (ADP) ทั้งการตกกระแทก น้ำหกใส่ได้ รวมทั้งยังครอบคลุมในต่างประเทศอีกด้วย

ซึ่งสำหรับประกัน Premiere Support จะมีช่องทางเบอร์พิเศษในการบริการ สามารถติดต่อได้ไปยังวิศวกรโดยตรง รวมทั้งหากต้องรออะไหล่สินค้าหรือรอคิวบริการต่างๆ ก็จะถูกลัดเป็นคิวแรกๆ อีกด้วย

MatePad Pro แท็บเล็ตที่อาจมาท้าชน iPad Pro

หัวเว่ยขยันผลิตแท็บเล็ตออกสู่ตลาดมาอย่างสม่ำเสมอ และก็ไม่มีรุ่นไหนที่มาเล่นระดับไฮเอนด์ให้ได้พอฟัดพอเหวี่ยงกับเจ้าตลาดในตอนนี้อยู่เลย แต่จากคลิปทีเซอร์ล่าสุดของแท็บเล็ตใหม่ ก็ดูเหมือนว่า Huawei MatePad Pro จะมีลุ้นเป็นความหวังนอกระบบอีโคซิสเท็มของแบรนด์ผลไม้ได้อยู่

โดยคลิปที่ปล่อยมา เป็นคลิปทีเซอร์สั้นๆ เพียง 16 วินาที ที่ได้เห็นตัวแท็บเล็ตและอุปกรณ์เสริมต่างๆ เพียงผ่านๆ เท่านั้น และคงจะไม่มีข้อมูลอะไรให้ทราบกันจนกว่าจะเปิดตัวในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ในประเทศจีน (ส่วนประเทศอื่นๆ ต้องรอดูกัน)

เท่าที่เห็นในคลิป ตัวแท็บเล็ตน่าจะมีขนาดหน้าจอประมาณ 12 นิ้ว มีกล้องหลังคู่ กล้องหน้าเป็นแบบรู Punch-hole ที่มุมซ้ายบนของหน้าจอ รองรับอุปกรณ์เสริมอย่างปากกาสไตลัสและสมาร์ทคีย์บอร์ด มีการโชว์การทำงานเอกสาร แบ่งหน้าจอได้ และการวาดรูปที่มีการตอบสนองรวดเร็ว ที่ดูแล้วก็อาจจะแทนที่การใช้งานแล็ปท็อปหรือเป็นอีกทางเลือกนอกจาก iPad Pro ได้อยู่

ยังมีปริศนาอีกมากมายสำหรับ Huawei MatePad Pro ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้ซอฟต์แวร์แอนดรอยด์ (น่าจะเป็นลักษณะเดียวกับ Huawei Mate 30) ชิปประมวลผลที่อาจจะเป็น Kirin 990 หรือการรองรับ 5G หรือเปล่า?

หัวเว่ยปล่อยทีเซอร์ MatePad Pro แท็บเล็ตที่อาจมาท้าชน iPad Pro


กล้องหลังคู่ + แฟลช

หัวเว่ยปล่อยทีเซอร์ MatePad Pro แท็บเล็ตที่อาจมาท้าชน iPad Pro


กล้องหน้าแบบ Punch-hole

หัวเว่ยปล่อยทีเซอร์ MatePad Pro แท็บเล็ตที่อาจมาท้าชน iPad Pro


รองรับปากกาสไตลัส
ที่มา : www.techradar.com